BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 31.00-31.60 จับตาความเสี่ยงต้นทุนพลังงานพุ่ง

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ แนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.08 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 30.96-31.14 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ด้วยการประกาศลดดอกเบี้ยลง 25bp เป็น 1.00%

เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าสุดในกลุ่ม G10 เนื่องจากผู้ร่วมตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลีย หลังเงินเฟ้อสูงเกินคาดอีกครั้ง ทางด้านเงินเยน ยังคงปรับตัวย่ำแย่หลังรัฐบาลทาคาอิจิ เสนอชื่อกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) 2 ราย ซึ่งมีแนวคิดสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่บีโอเจ จะขึ้นดอกเบี้ย

ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน รวมถึงผลต่อการค้าโลกหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าการเก็บ Reciprocal Tariffs ของประธานาธิบดี ทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น และพันธบัตรไทยสุทธิ 1,399 ล้านบาท และ 5,760 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า เงินดอลลาร์ได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะหากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และขยายวง จะส่งผลให้ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้น และฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

อนึ่ง ช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการถูกโจมตี สายการเดินเรือหลักหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนเส้นทางเรือ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากเวลาขนส่ง และต้นทุนที่ปรับขึ้น ในภาพรวมตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.พ.ของสหรัฐฯ ช่วงท้ายสัปดาห์

นอกจากนี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยด้วยมติ 4 ต่อ 2 เสียง แม้โมเมนตัมการเติบโตจะปรับตัวดีขึ้น แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะยังต่ำกว่าศักยภาพในปี 69 และ 70 บ่งชี้การมุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยต้องการช่วยผ่อนคลายภาวะทางการเงิน และยึดเหนี่ยวความคาดหวังเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ

เราคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ สอดคล้องกับถ้อยแถลงที่ระบุว่า ระดับดอกเบี้ยปัจจุบัน สะท้อนท่าทีของนโยบายที่ผ่อนปรนเพียงพอ อย่างไรก็ดี โอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการเติบโตที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินไว้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)