
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันอังคาร (3 มี.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีโอกาสน้อยลงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 187.90 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 5,123.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.67% ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่แพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 4 นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต โดยกองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงระดมโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่านในวันอังคาร
ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนว่าจะยิงเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้ทั่วโลก
นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของเฟดมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยปัจจุบันนโยบายการเงินของเฟดถือว่าอยู่ในระดับที่คุมเข้มอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการภาษีศุลกากร
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก RJO Futures มองว่า การย่อตัวของราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ และคาดว่านักลงทุนจะยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงตึงเครียด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)





