
ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวร่วงลงอย่างหนักเกือบ 3% หลุดระดับ 5,200 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้นักลงทุนหันไปพึ่งพิงดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหลบภัยจากผลกระทบของการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์เรื่องการหั่นดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ
ณ เวลา 18.56 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลบ 150.1 ดอลลาร์ หรือ -2.83% สู่ระดับ 5,161.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำสปอต (Spot gold) ดิ่งลง 3.3% สู่ระดับ 5,150.89 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากที่ทรุดตัวลงกว่า 4% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. ในระหว่างวัน
รอส นอร์แมน นักวิเคราะห์อิสระ กล่าวว่า “สกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันที่รุนแรงต่อราคาทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแร่เงิน”
ทั้งนี้ ราคาแร่เงินสปอต (Spot silver) ร่วงลง 9.1% สู่ระดับ 81.31 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 มี.ค.)
การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาซื้อขายเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและมีความน่าดึงดูดลดลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ขณะที่การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
แม้ว่าทองคำจะได้รับการยกย่องให้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในระยะยาว แต่ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นก็สามารถส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real yields) ปรับตัวสูงขึ้นและหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมทรงตัวในระดับสูงยาวนานขึ้น และลดทอนความน่าสนใจในการลงทุนทองคำ
ข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินระยะเวลา 2 วันซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 มี.ค. นี้ นอกจากนี้ โอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 60% จากก่อนหน้านี้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 45%
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายรายยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำ ซึ่งรวมถึง BMI หน่วยงานวิจัยของบริษัทฟิทช์ โซลูชันส์ (Fitch Solutions) ที่ประเมินว่า ราคาทองคำอาจทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 5,600 ดอลลาร์/ออนซ์ในสัปดาห์นี้ หากยังไม่มีสัญญาณการผ่อนคลายความตึงเครียดของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นักวิเคราะห์จาก XS.com กล่าวว่า “ในสภาวะแวดล้อมที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มาบรรจบกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความซับซ้อนของนโยบายการเงิน ทองคำจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดสรรความเสี่ยงสำหรับพอร์ตการลงทุน”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)





