
นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจากปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก และยังคงมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นไทยช่วยหนุน ท่ามกลางความตึงเครียดสงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงมีอยู่ และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ทำให้ตลาดอาจจะมีความผันผวน พร้อมให้แนวต้าน 1,430-1,440 จุด แนวรับ 1,370-1,380 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่ารีบาวด์ขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่รีบาวด์กลับมาหลังจากร่วงลงไปค่อนข้างมาก ขณะที่ยังเห็นเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าซื้อหุ้นไทยช่วยหนุนดัชนี แม้ว่าความตึงเครียดสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังคงอยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดอาจจะยังมีความผันผวนอยู่บ้าง เนื่องจากสหรัฐและอิสราเอลยังคงมีการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ชัดเจนว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งในจังหวะที่มีการรีบาวด์กลับขึ้นมาก็อาจมีการทยอยขายลดความเสี่ยงไปบางส่วนเพื่อรอติดตามทิศทางของสงคราม
โดยให้แนวต้าน 1,430-1,440 จุด แนวรับ 1,370-1,380 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (4 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,739.41 จุด เพิ่มขึ้น 238.14 จุด หรือ +0.49%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,869.50 จุด เพิ่มขึ้น 52.87 จุด หรือ +0.78% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,807.48 จุด เพิ่มขึ้น 290.79 จุด หรือ +1.29%
- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 55,204.16 จุด เพิ่มขึ้น 958.62 จุด หรือ +1.77%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,583.65 จุด เพิ่มขึ้น 334.17 จุด หรือ +1.32% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,109.78 จุด เพิ่มขึ้น 27.31 จุด หรือ +0.67%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (4 มี.ค.) 1,384.61 จุด ลดลง 81.90 จุด (-5.58%) มูลค่าซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (4 มี.ค.) 1,053.30 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (4 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 74.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 มี.ค.) อยู่ที่ 29.71 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 31.47 แนวโน้มยังผันผวนจากสถานการณ์ตอ.กลาง คาดกรอบวันนี้ 31.40-31.65
- “หุ้นไทย” วานนี้ (4 มี.ค.) ปิดตลาดดิ่ง 81.90 จุด ระหว่างวันร่วงหนัก 117.52 จุด หรือลดลง 8.01% ตลท. ต้องใช้มาตรการ “เซอร์กิตเบรกเกอร์” เบรกซื้อขาย 30 นาที ถือเป็นการนำเครื่องมือดังกล่าว มาใช้ในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2563 หลังนักลงทุนกังวลสงครามตะวันออกกลางขยายวงกว้าง ตลาดหุ้นเอเชีย เจอ Panic Sell เข้าสู่ช่วง “ขายทุกอย่างที่ขายได้”
- “กระทรวงพลังงาน” เดินหน้าอุ้ม ดีเซล-ค่าไฟฟ้า ใช้กองทุนน้ำมันฯ คุมราคาดีเซล 30 บาท ชี้หากอุ้มไม่ไหวมีแผนทยอยขึ้นราคา ครั้งละ 0.5-1 บาท พร้อมหารือคลังลดภาษีสรรพสามิต จับตาราคาก๊าซพุ่งดันค่าไฟงวด เม.ย.-ส.ค.จ่อใช้เงิน 3 การไฟฟ้าดูแลค่าไฟ
- “ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ” รับสงครามตะวันออกกลางขย่มเศรษฐกิจไทย ชะลอ 0.1-0.2% มั่นใจเสถียรภาพยังแกร่ง ห่วงราคาน้ำมันพุ่งสะเทือน “เงินเฟ้อ” พร้อมงัดมาตรการดูแลหากบานปลาย “กกร.” จับตาสินค้าพลังงานแพงขึ้น แนะรัฐเตรียมรับมือแรงกระแทก
- กกร.ชี้ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันดิบ-LNG ในตลาดล่วงหน้าพุ่งคาดราคาสูง 1-3 เดือน เช่นเดียวกับค่าระวางเรือที่ดีดขึ้น ชี้ไทยมีสำรองน้ำมันอยู่ 60 วัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรง จนดันราคาน้ำมันดิบแตะกรอบ 100-125 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อ GDP ไทย 0.1% เหตุสถานการณ์ต่างจากรัสเซีย-ยูเครน และเสี่ยงกระทบค่าไฟ พร้อมแนะรัฐพลิกสถานการณ์ชี้ไทยแสดงจุดยืนเป็นกลาง สร้างความเชื่อมั่นดึงดูดนักลงทุน
- กกต.มีมติประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อม สส.เขตอีก 3 เขตเลือกตั้ง ยกเว้นเขต 2 สุพรรณบุรี หลังรวม สส.เขต 399 คน ทำให้จำนวน สส.เกิน 95% เปิดประชุมสภาฯ ได้ทันที คาดวันที่ 12 มี.ค. เตรียมนัดประชุมเลือก ประธาน-รองประธานสภาฯ เบื้องต้น “ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวตามอาวุโส ขณะ ภูมิใจไทย วางชื่อ “โสภณ ซารัมย์” นั่งประธานสภาฯ ส่วนเพื่อไทย เสนอ “มนพร เจริญศรี” ชิงเก้าอี้รองประธานคนที่ 2 อนุทินอุบเงียบ..! หลังสื่อถามข่าวสะพัดวางตัว “บิ๊ก ด.” นั่ง รมว.กลาโหม
หุ้นเด่นวันนี้
- BANPU (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 6.20 บาท มุมมองเชิงบวกต่อการได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ถ่านหินมากขึ้นจาก supply ของ LNG ถูกจำกัด หนุนราคา JKM LNG ปรับตัวขึ้นกว่า 43% จากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่อาจกระทบกับการปรับขึ้นค่าไฟที่กระทบต่อภาคประชาชนและธุรกิจ ประธานาธิบดี”ทรัมป์”สนับสนุนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐในฐานะผู้ส่งออกน้ามันดิบและ LNG รายใหญ่ของโลกอาจส่งผลให้เกิด sentiment เชิงบวกต่อบริษัท
- WHA (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.00 บาท ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/68 แข็งแกร่ง รวมกับการขายที่ดินในปี 69 ที่ตั้งเป้า 2,500 ไร่ ขายแล้ว 900 ไร่เป็นคำสั่งซื้อเลื่อนมาจากปลายปี 68 รวมทั้งมีอุตสาหกรรมใหม่เริ่มเข้ามา ได้แก่ อุตสาหกรรมด้านหุ่นยนต์ (Humanoid Robots) พร้อมกับธุรกิจด้าน Logistic และธุรกิจสาธารณูปโภคจะเริ่มเห็นผลดีจากการเข้ามาของ Data Center สนับสนุนการเติบโตของยอดขายในอนาคต
- GULF (ฟินันเซีย ไซรัส)”ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 67.50 บาท มองเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกกระทบจำกัดจากสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็น IPP สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ รวมถึงยังมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมอย่าง ADVANC ที่แข็งแรงเป็นอีกฐานกำไรหลัก ระยะสั้นคาดกำไรไตรมาส 1/69 ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากทั้งกำลังการผลิตโซลาร์ใหม่ที่ COD ปลายปี 68 ขณะที่แนวโน้มกำไร ADVANC ยังแข็งแกร่ง คาดกำไรปี 69 เติบโต +28%y-y
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)





