ฝ่ายค้านญี่ปุ่นหนุนรัฐบาลปลุก “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” รับมือน้ำมันพุ่ง-สงครามอิหร่านลาม

ยูอิจิโร ทามากิ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่น ออกมาเรียกร้องในวันนี้ (9 มี.ค.) ให้ญี่ปุ่นเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตสงครามอิหร่านที่กำลังส่งผลให้ค่าไฟปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึงราว 95% และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 11% โดยน้ำมันราว 70% และ LNG ราว 6% ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้แทบจะถูกปิดตายจากภาวะสงคราม

“หากเราไม่ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานปลอดคาร์บอนที่จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างชาติ ค่าไฟก็จะต้องปรับตัวแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ทามากิ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (DPP) ระบุในแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์

ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะยานขึ้นราว 20% ในวันนี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565 เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่กำลังขยายวงกว้าง ได้กระพือความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนัก

อนึ่ง ญี่ปุ่นได้สั่งระงับการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้ง 54 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสัดส่วนราว 30% ของประเทศ ภายหลังเกิดเหตุการณ์เตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิหลอมละลายเมื่อปี 2554 ปัจจุบันมีเตาปฏิกรณ์ 33 แห่งที่ยังคงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน แต่เพิ่งมีการอนุมัติให้กลับมาเดินเครื่องได้เพียง 15 แห่งเท่านั้น

“การปรับเปลี่ยนนโยบายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน” ทามากิกล่าวเสริม โดยเขาเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่สนับสนุนการกลับมาเดินเครื่องและขยายการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่มีจุดยืนสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์อย่างแข็งขัน ในขณะที่ทัศนคติของภาคประชาชนชาวญี่ปุ่นก็เริ่มหันมาให้การยอมรับและสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มมากขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)