
SET ปิดเช้าที่ 1,437.12 จุด เพิ่มขึ้น 32.10 จุด (+2.28%) ด้วยมูลค่าซื้อขายราว 41,694 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นดีกว่าคาดเป็นไปตามทิศทางตลาดฝั่งเอเชียหลังคลายกังวลราคาน้ำมัน โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า เดินเรือ ต่างได้รับผลดีจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ แนวโน้มในช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งแดนบวกต่อได้ ให้กรอบ 1,409-1,443 จุด
- SET ปิดเช้าที่ 1,437.12 จุด เพิ่มขึ้น 32.10 จุด (+2.28%) ด้วยมูลค่าซื้อขายราว 41,694 ล้านบาท
- การซื้อขายภาคเช้าปรับตัวขึ้นแรง โดยทำจุดสูงสุด 1,439.74จุด และจุดต่ำสุด 1,418.68 จุด
นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาดีกว่าคาด บรรยากาศการลงทุนตลาดฝั่งเอเชียโดยรวมฟื้น ประเด็นหลักจากคลายกังวลราคาน้ำมัน
ตลาดบ้านเรามีน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีมาก ซึ่งหุ้นทั้งสองกลุ่มขึ้นได้ดี เนื่องจากปัจจัยภายนอกเป็นบวก โดยกลุ่มปิโตรฯ มองว่าอาจไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซมากอย่างที่กังวล ส่วนธุรกิจโรงกลั่น แม้อาจเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็มีการกระจายซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกตะวันออกกลางแล้ว
อย่างกรณีของ IVL อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะมีโรงงาน 136 แห่งกระจายทั่วโลกใน 31 ประเทศ และรับซื้อวัตถุดิบใกล้โรงงาน รายได้ส่วนใหญ่ 70% มาจากสหรัฐที่ใช้ Shale oil และ Shale gas จึงแทบไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ราคาขายสินค้าอิงตามราคาน้ำมัน ทำให้ส่วนต่างราคาดีมาก
นอกจากนี้ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ อาจได้รับปัจจัยบวกช่วงสั้น และยังมีหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ไม่ค่อยรับผลกระทบมากนัก และมีผลประกอบการไม่ผันผวนมาก รวมไปถึงกลุ่มเดินเรือที่ตอบรับค่าระวางเรือสูงขึ้น โดยเฉพาะ RCL
นายกิจพล กล่าว ตลาดพยายามหาหุ้นที่ได้รับผลดีจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ตลาดหุ้นรับข่าวไปค่อนข้างมากแล้ว อย่างไรก็ดี บ่ายนี้รอติดตามมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาพลังงานพุ่งสูง แต่มองว่ารัฐบาลรักษาการอาจทำได้จำกัด เพราะไม่สามารถกู้เงินเพิ่มให้กองทุนน้ำมันได้ และคาดว่าจะได้เห็นการออกมาตรการระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดว่าตลาดจะแกว่งตัวในแดนบวกได้ต่อ ให้แนวต้านสำคัญ 1,466 จุด ส่วนกรอบเคลื่อนไหววันนี้ 1,409-1,443 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
- TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,992.27 ล้านบาท ปิดที่ 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,650.97 ล้านบาท ปิดที่ 268.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท
- GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,602.37 ล้านบาท ปิดที่ 57.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,199.65 ล้านบาท ปิดที่ 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
- PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,996.15 ล้านบาท ปิดที่ 33.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





