
คิม มินซอก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ เตือนว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งของระบบตอบสนองเชิงรุกในทุกมิติ พร้อมเตรียมแผนรองรับกรณีเลวร้ายที่สุด ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อ
นายกฯ คิมกล่าวต่อสื่อมวลชนวันนี้ (25 มี.ค.) ว่า จากแนวโน้มสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ ภาครัฐต้องยกระดับการทำงานแบบบูรณาการเชิงรุกทั้งระบบ ควบคู่กับการเร่งดำเนินมาตรการให้ทันต่อระดับความรุนแรงของวิกฤติ
นายกฯ คิมระบุว่า รัฐบาลเตรียมตั้งคณะทำงานเศรษฐกิจฉุกเฉิน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายแบบ “ทีมเดียว” ระหว่างกระทรวง โดยจะประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้งในระยะนี้ เพื่อกำหนดทิศทางรับมือสถานการณ์ อีกทั้งยังมีแผนจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจฉุกเฉินภายในทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อเสริมการประสานงานเชิงนโยบาย
นอกจากนี้ นายกฯ คิมยังผลักดันให้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมโดยเร็ว โดยย้ำว่าเป็นความจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือกเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก กำลังเข้าสู่ภาวะรับมือวิกฤติอย่างเต็มรูปแบบ หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงและความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นการสัญจรส่วนใหญ่ไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลและพรรครัฐบาลเห็นพ้องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 มี.ค.) ในการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมวงเงินราว 25 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.67 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยใช้รายได้ภาษีที่สูงกว่าคาดเป็นแหล่งเงินทุน แทนการออกพันธบัตรใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มแรงกดดันขาขึ้นต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)





