
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพุธ (15 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านอาจจะสิ้นสุดลงในไม่ช้านี้
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 91.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 94.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 45 วันแล้ว ซึ่งทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกราว 20% ต้องหยุดชะงักลง โดยปัจจุบันการสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวยังคงมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับการสัญจรมากกว่า 130 ครั้งต่อวันก่อนเกิดสงคราม
สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานโดยอ้างคำเตือนของผู้บัญชาการทหารระดับสูงว่า อิหร่านจะสกัดกั้นการนำเข้าและส่งออกสินค้าในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง หากสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธว่า ตลอด 48 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเล ไม่มีเรือลำใดสามารถเล็ดลอดแนวกำลังทหารของสหรัฐฯ เพื่อเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่านได้เลย
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า อิหร่านอาจพิจารณาอนุญาตให้เรือแล่นผ่านน่านน้ำฝั่งโอมานของช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างอิสระโดยไม่มีความเสี่ยงจากการถูกโจมตี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอที่อิหร่านได้ยื่นในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อป้องกันการกลับมาเกิดความขัดแย้งรอบใหม่
ด้านปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว FOX News เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) ว่า สงครามกับอิหร่านในขณะนี้ใกล้จะยุติลงแล้ว โดยการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เขาเปิดเผยกับสื่ออีกรายหนึ่งในวันเดียวกันว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจเกิดขึ้นภายใน 2 วันข้างหน้าในประเทศปากีสถาน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในองค์กรของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากปธน.ทรัมป์ขู่จะปลดเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด หากพาวเวลไม่ยอมสละเก้าอี้ดังกล่าวพร้อมกับวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. นี้ นับเป็นการยกระดับความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจภายในเฟดที่ปกติมักดำเนินไปอย่างราบรื่น
นักวิเคราะห์กังวลว่า การนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยอาจลดความสามารถของเฟดในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ปธน.ทรัมป์ต้องการให้เฟดปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของผู้บริโภค และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมถึงความต้องการใช้น้ำมัน
ตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 913,000 บาร์เรล แตะที่ 463.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 เม.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 154,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 6.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 232.9 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 111.6 ล้านบาร์เรล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 เม.ย. 69)





