
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางประจำวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 ซึ่งเป็น “วันทำงานที่สองหลังเทศกาลวันหยุดยาว” และเป็นวันที่แปดของแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม (ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569) พบว่า ภาพรวมการเดินทางของพี่น้องประชาชนมีการกระจายตัวค่อนข้างดี เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่วันหยุดสุดสัปดาห์ ประชาชนและวัยทำงานบางส่วนเลือกใช้วันลาพักผ่อนต่อเนื่อง ประกอบกับสถานศึกษายังอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม ระบบรางยังคงทำหน้าที่รองรับกลุ่มคนทำงานในเขตเมืองและประชาชนที่ทยอยเดินทางข้ามจังหวัดกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางระบบรางประจำวันที่ 17 เม.ย. 69 รวมทั้งสิ้น 1,227,707 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 16.14)
รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการรวม 83,338 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 7.86) แบ่งเป็นผู้โดยสารขาเข้า 46,669 คน-เที่ยว และขาออก 36,669 คน-เที่ยว (ผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 36,570 คน-เที่ยว และเชิงสังคม 46,768 คน-เที่ยว) โดยปริมาณผู้โดยสารที่ต่ำกว่าประมาณการ คาดว่ามาจากการที่ประชาชนบางส่วนเลือกชะลอการเดินทางเพื่อรอเดินทางกลับในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) แทน ทั้งนี้ รฟท. ยังคงจัดขบวนรถให้บริการตามปกติอย่างเพียงพอรวม 212 เที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ทยอยเดินทางกลับ มีรายละเอียดผู้ใช้บริการแต่ละสาย ดังนี้
- สายใต้: 29,368 คน-เที่ยว (ขาเข้า 15,733 คน-เที่ยว/ ขาออก 13,635 คน-เที่ยว) รวม 63 ขบวน
- สายตะวันออกเฉียงเหนือ: 22,350 คน-เที่ยว (ขาเข้า 13,358 คน-เที่ยว/ ขาออก 8,992 คน-เที่ยว) รวม 48 ขบวน
- สายเหนือ: 16,364 คน-เที่ยว (ขาเข้า 9,306 คน-เที่ยว / ขาออก 7,058 คน-เที่ยว) รวม 37 ขบวน
- สายตะวันออก: 9,542 คน-เที่ยว (ขาเข้า 5,359 คน-เที่ยว/ ขาออก 4,183 คน-เที่ยว) รวม 22 ขบวน
- สายมหาชัยและสายแม่กลอง: 5,714 คน-เที่ยว (ขาเข้า 2,913 คน-เที่ยว/ ขาออก 2,801 คน-เที่ยว) รวม 42 ขบวน

ระบบรถไฟฟ้า มีผู้ใช้บริการรวม 1,144,369 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 16.69) ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการลางานต่อเนื่องในวันศุกร์ เพื่อเชื่อมกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ปริมาณผู้โดยสารในระบบเบาบางลงกว่าวันทำการปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็น ระบบรถไฟฟ้ายังคงทำหน้าที่เป็นทางเลือกหลักในการเดินทางสำหรับกลุ่มคนวัยทำงานที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีข้อมูลแต่ละสาย ดังนี้
- สายสีเขียว: 553,665 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 18.58) ให้บริการ 1,275 เที่ยว (สายสุขุมวิท 865 เที่ยว และสายสีลม 410 เที่ยว)
- สายสีน้ำเงิน: 348,221 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 17.68) ให้บริการ 487 เที่ยว (รวมเสริม 16 เที่ยว)
- ARL: 60,234 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 4.46) ให้บริการ 222 เที่ยว (รวมเสริม 7 เที่ยว)
- สายสีชมพู: 51,574 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 17.14) ให้บริการ 516 เที่ยว (รวมส่วนต่อขยาย 240 เที่ยว ผู้ใช้บริการจำนวน 1,952 คน-เที่ยว)
- สายสีเหลือง: 39,157 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 7.74) ให้บริการ 276 เที่ยว
- สายสีม่วง: 55,135 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 14.77) ให้บริการ 319 เที่ยว (รวมเสริม 1 เที่ยว)
- สายสีแดง: 30,933 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 2.89) ให้บริการ 294 เที่ยว (เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต 178 เที่ยว และ ตลิ่งชัน 116 เที่ยว)
- สายสีทอง: 5,450 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 13.49) ให้บริการ 219 เที่ยว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับรายงานด้านความปลอดภัยและการเดินรถในวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้รับรายงานเหตุอันตรายจากการเดินรถไฟระหว่างเมือง จำนวน 2 เหตุการณ์ ได้แก่
- เวลา 09.48 น. เกิดเหตุขบวนรถสินค้าที่ 518 (อุดรธานี – หินลับ) ชนสัตว์เลี้ยง (โค) บริเวณสถานีหนองน้ำขุ่น – บ้านใหม่สำโรง (จ.นครราชสีมา) ส่งผลให้รถจักรชำรุดและทำให้ขบวนรถโดยสารอื่นล่าช้าจำนวน 3 ขบวน
- เวลา 18.10 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้หญ้าข้างทางใกล้แนวรางรถไฟ ระหว่างสถานีหลักช้าง – คลองจันดี (จ.นครศรีธรรมราช) ส่งผลให้ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 84 (ตรัง – กรุงเทพอภิวัฒน์) ต้องหยุดขบวนรถชั่วคราว เพื่อดับไฟเบื้องต้น ทำให้ล่าช้าเพิ่ม 27 นาที
โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากกรณีที่เกิดขึ้น ขร. จึงขอความร่วมมือเกษตรกรโปรดเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้พลัดหลงเข้ามาในแนวเขตทาง นอกจากนี้ เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง จึงขอความร่วมมือประชาชนและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณแนวทางรถไฟ ช่วยกันเฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงการจุดไฟหรือเผาหญ้าใกล้บริเวณโครงสร้างทาง เพื่อป้องกันอันตรายจากอัคคีภัยและความสูญเสียที่อาจเกิดกับทรัพย์สินและผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานเหตุสุดวิสัยจากสภาพอากาศ เมื่อเวลา 19.00 น. เกิดเหตุพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้หลังคาคลุมชานชาลาสถานีนครราชสีมาพังถล่มลงมากีดขวางทางรถไฟทางที่ 1, 2 และ 3 โดยไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย และไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถเนื่องจากใช้ทาง 4 และ 5 ได้ตามปกติ และสามารถเร่งขนย้ายเศษวัสดุจนเปิดใช้ทางที่ 1 ได้ตามปกติในเวลา 21.35 น. จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขร. ขอส่งความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่ทุ่มเทกำลังเข้าจัดการพื้นที่และแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ รฟท. เร่งรัดดำเนินการกู้คืนสภาพทางวิ่งที่เหลือ (ทางที่ 2 และ 3) ตลอดจนขอให้เจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
นายพิเชฐ ได้กล่าวปิดท้ายว่า แม้จะเป็นช่วงรอยต่อเข้าสู่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ ขร. ยังคงกำชับให้ผู้ให้บริการระบบรางทุกแห่งรักษาความพร้อมของขบวนรถและบุคลากรด่านหน้า เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้เป็นกลุ่มสุดท้าย โดยมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยจะยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยที่สุดให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกวัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 69)





