หุ้นไทยปิดเช้าบวก 0.25 จุดแกว่งแคบรับข่าวดีอมูดี้ส์ขยับ Outlook ไทยสวนทางแรงกดดันสงครามยืดเยื้อ

SET ปิดเช้าที่ 1,483.75 จุด เพิ่มขึ้น 0.25 จุด (-0.02%) มูลค่าซื้อขายราว 39,282 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งกรอบแคบรับปัจจัยบวก Moody’s ปรับ Outlook ไทย ขณะที่รับแรงกดดันความกังวลสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ โดยกลุ่มบวกกระจายหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ รวมถึงกลุ่มพลังงาน-วัสดุก่อสร้าง แนวโน้มภาคบ่ายคาดตลาดแกว่งคล้ายภาคเช้า ให้แนวรับ 1,480 จุด แนวต้าน 1,490 จุด

ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,483.75 จุด เพิ่มขึ้น 0.25 จุด (-0.02%) มูลค่าซื้อขายราว 39,282 ล้านบาท

การซื้อขายภาคเช้า ดัชนีเคลื่อนไหวทั้งแดนบวกและแดนลบในกรอบแคบ โดยทำจุดต่ำสุด 1,477.05 จุด และจุดสูงสุด 1,488.68 จุด

นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยเช้านี้ภาพโดยรวมแกว่งกรอบแคบ มีจังหวะปรับขึ้นไปกว่า 4 จุดจากปัจจัยบวก Moody’s ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทย (Outlook) จาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” แต่ตลาดย่อลงสอดคลัองกับตลาดภูมิภาคกังวลสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ภาคเช้านี้หุ้นที่ปรับตัวขึ้นกระจายไปหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแบงก์ รับผลบวกจาก Moody’s ปรับเรทติ้งไทยส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงิน, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ตอบรับสถานการณ์ต่างประเทศมากนัก เพราะที่ผ่านมา Price in สงครามตะวันออกกลาง รวมถึงการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านไปมากแล้ว ขณะที่การประกาศงบไตรมาส 1/69 ชองกลุ่มแบงก์จบไปแล้ว จากนี้กลุ่ม Real Sector จะเริ่มประกาศงบไตรมาส 1/69 ในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม มองว่าในไตรมาส 1/69 บริษัทจดทะเบียนของไทยคงยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางมากนัก ทำให้โบรกเกอร์คงยังไม่ได้ปรับประมาณการลง มองว่าสถานการณ์สงครามจะชัดเจนในปลายไตรมาส 2/69

ขณะที่กลุ่มแบงก์ก็ตั้งสำรองไว้สูง แต่จากการประเมินผลกระทบจากสงครามต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย คาดว่า GDP ไทยปีนี้จะเติบโตได้แค่ 1.4-1.5% ปรับลงจากคาดการณ์เดิมที่ 2% ส่วนสินเชื่อคาดว่าจะกระทบ 0.7-1.00% จากคาดการณ์เติบโต 2-2.5% อาจเป็นแรงกดดันกลุ่มแบงก์ได้ แต่ในช่วงสั้นงบไตรมาส 1/69 ของกลุ่มแบงก์ออกมาแข็งแรง

ตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกลาง มี.ค.-กลางเม.ย. NVDR ได้ขายทำกำไรกลุ่มแบงก์ และกลุ่ม ICT หันมาซื้อสุทธิกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดจะแกว่งคล้ายภาคเช้า ให้แนวรับ 1,480 จุด แนวต้าน 1,490 จุด

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

KBANK (XD) มูลค่าการซื้อขาย 5,711.04 ล้านบาท ปิดที่ 190.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท

KTB มูลค่าการซื้อขาย 3,539.36 ล้านบาท ปิดที่ 32.50 บาท ลดลง 0.25 บาท

BBL (XD) มูลค่าการซื้อขาย 2,768.64 ล้านบาท ปิดที่ 163.00 บาท ลดลง 4.50 บาท

SCC มูลค่าการซื้อขาย 2,435.79 ล้านบาท ปิดที่ 232.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,400.78 ล้านบาท ปิดที่ 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 69)