
บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น [SC] วางภาพการเติบโตขององค์กรในปี 2026 ผ่านตัวเลขที่น่าสนใจ โดยไม่ได้สะท้อนเพียงการขายบ้านหรือคอนโดเท่านั้น แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของบริษัทจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ธุรกิจที่มีทั้งที่อยู่อาศัย รายได้ประจำ บริการหลังการขาย และแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในระบบเดียวกัน
โดยตัวเลขสำคัญคือ เป้ายอดขาย (Presales) ที่ 27,000 ล้านบาท เติบโต 33% จากปีก่อนในธุรกิจที่อยู่อาศัย เป้ารายได้รวม 25,500 ล้านบาท เติบโต 21% งบลงทุน 8,000 ล้านบาท และยังควบคุม IBD/E ให้อยู่ต่ำกว่า 1.2 เท่า ซึ่งหมายความว่าบริษัทต้องการเติบโตแบบรุก แต่ยังรักษาวินัยทางการเงิน ไม่เร่งขยายจนทำให้โครงสร้างหนี้ตึงเกินไป
จากตัวเลขประมาณการณ์ที่ออกโดยบริษัท จะเห็นว่า Presales 27,000 ล้านบาทเป็นตัวเลขที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อกำลังซื้อในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแนวราบและสินค้าระดับบนที่ยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ จะมีความท้าทาย และมีแนวโน้มชะลอตัว แต่การตั้งเป้าเติบโต 33% แสดงให้เห็นว่า SC ไม่ได้มองตลาดแบบระมัดระวังเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเลือกสร้างการเติบโตในเซกเมนต์ที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่ง
ขณะที่เป้ารายได้รวม 25,500 ล้านบาท เติบโต 21% สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้พึ่งพาเพียงยอดจองอสังหาฯในอนาคต แต่ต้องการสร้างรายได้จากพอร์ตธุรกิจโดยรวมอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมพอร์ตของ SC ในปี 2026 จะมีทั้งหมด 98 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 120,800 ล้านบาท และมีแผนเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 28,500 ล้านบาท
ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีฐานสินทรัพย์และสินค้าพร้อมขายในมือจำนวนมากรองรับการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ได้พึ่งพาโครงการใดโครงการหนึ่งเพียงอย่างเดียว
การมีพอร์ต 98 โครงการยังช่วยกระจายความเสี่ยงทั้งในแง่ทำเล ระดับราคา และประเภทสินค้า ส่วนโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 28,500 ล้านบาท บ่งบอกว่าโดยการเปิดตัวใหม่จะเน้นคุณภาพและมูลค่าสูง มากกว่าการเปิดจำนวนมากแบบกระจายตัว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดที่ผู้ซื้อระดับบนยังมีกำลังซื้อ แต่ต้องการสินค้าที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพชัดเจน
ทั้งนี้ โครงสร้างธุรกิจของ SC ถูกแบ่งเป็น 3 เครื่องยนต์หลัก ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ภาพการเติบโตมีความน่าสนใจมากขึ้น
Engine 1 คือธุรกิจที่อยู่อาศัย ซึ่งยังเป็นแกนหลักของบริษัทและเป็นแหล่งสร้างยอดขายสำคัญ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะกลุ่มลักชัวรีและอัลตร้าลักชัวรีที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อยูนิตและสร้างภาพลักษณ์แบรนด์
การมี Engine 2 เป็นเรื่องสำคัญ เพราะธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายมักขึ้นอยู่กับรอบเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนท์ให้เช่า สามารถสร้างรายได้ประจำหรือ recurring income ได้มากขึ้น
Engine 3 บริษัทไม่ได้มองลูกค้าแค่ช่วงเวลาซื้อบ้าน แต่ต้องการดูแลต่อเนื่องหลังการขาย โดยการขยายธุรกิจบริการหลังการขายจาก 150 โครงการในปี 2025 เป็น 260 โครงการในปี 2026 ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชัดเจนมาก เพราะหมายถึงการขยายฐานงานบริหารชุมชนและบริการลูกบ้านให้กว้างขึ้น
ขณะเดียวกัน การพัฒนาแพลตฟอร์มอย่าง RueJai Club สะท้อนการสร้างฐานความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว หากมองในเชิงกลยุทธ์
นี่คือการเปลี่ยนจากการขายสินค้าอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การสร้าง ecosystem ของการอยู่อาศัย ที่บริษัทสามารถมีบทบาทกับลูกค้าได้ต่อเนื่องหลังโอนกรรมสิทธิ์
เมื่อเชื่อมภาพตัวเลขทั้งหมดเข้ากับ SONLE Residences จะเห็นว่าโครงการนี้ไม่ใช่เพียงบ้านหรูหนึ่งโครงการ แต่เป็นตัวแทนเชิงกลยุทธ์ของ Engine 1 ที่ช่วยยกระดับแบรนด์ SC ในตลาดอัลตร้าลักชัวรี SONLE ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก บนที่ดินประมาณ 3-3-99.7 ไร่ หรือราว 1.58 เอเคอร์ มีเพียง 5 เรสซิเดนซ์เท่านั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,365-1,595 ตารางเมตร และราคาประมาณ 260-400 ล้านบาทต่อหลัง ด้วยจำนวนยูนิตที่จำกัดมาก
โครงการนี้จึงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสร้างยอดขายเชิงปริมาณ แต่ถูกสร้างมาเพื่อสร้างมูลค่าต่อยูนิตสูง ความหายาก และภาพลักษณ์ระดับไอคอนให้กับแบรนด์
ในเชิงการวิเคราะห์ทางธุรกิจ SONLE มีบทบาทหลายชั้น ชั้นแรกคือการเพิ่มมูลค่าพอร์ต เพราะแม้มีเพียง 5 หลัง แต่ด้วยราคาต่อหลังระดับหลายร้อยล้านบาท
โครงการสามารถสร้างมูลค่ารวมในระดับสูงเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต ชั้นที่สองคือการสร้างแบรนด์ เพราะโครงการอัลตร้าลักชัวรีช่วยยกระดับภาพจำของบริษัท และส่งผลบวกต่อโครงการอื่นในพอร์ต
ชั้นที่สามคือการสะท้อนความสามารถในการพัฒนาสินค้าที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยทั้งงานออกแบบ สเปกวัสดุ การบริหารต้นทุน และบริการหลังการขายที่ละเอียดกว่าบ้านทั่วไป
และชั้นสุดท้ายคือการเชื่อมต่อกับ Engine 3 เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการเพียงบ้าน แต่ต้องการบริการดูแลชีวิตและทรัพย์สินในระยะยาว
ภายใต้ภาพทั้งหมดนี้ SONLE คือโครงการที่ทำหน้าที่เป็นเรือธงของตลาดอัลตร้าลักชัวรี เป็นสินค้าที่ช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างภาพลักษณ์ และแสดงให้เห็นว่า SC กำลังไม่ได้ขายแค่บ้าน แต่กำลังขายความมั่นใจ ไลฟ์สไตล์ บริการ และสถานะของการอยู่อาศัยระดับสูงในระยะยาว
ธิติ ภัทรยลรดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)





