เงินบาทเปิด 32.48/50 อ่อนค่า ตลาดจับตาเจรจาสหรัฐฯ-จีน คาดกรอบวันนี้ 32.30-32.65

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.48/50 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 32.33 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่า หลังเมื่อคืนที่ผ่านมายอดค้าปลีกเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เร่งตัวขึ้น และทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค

ทั้งนี้ ตลาดรอติดตามการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการหารือ โดยวานนี้ในภาพรวมได้มีการพูดคุยเรื่องการค้า แต่ยังไม่ได้คุยเรื่องวิกฤตที่ส่งผลต่อตลาดแต่อย่างใด ในส่วนของปัจจัยที่ยังต้องติดตามช่วงนี้ยังคงเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.65 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.43.47 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อวานนี้ที่ระดับ 157.89 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1649/1651 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อวานนี้ที่ระดับ 1.1700 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 32.343 บาท/ดอลลาร์
  • สภาฯ ชะลอบรรจุ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมขัดรัฐธรรมนูญ ภายใน 60 วัน หลังพรรคประชาชนร่วมลงชื่อยื่น ด้าน “ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาลตั้งกมธ.วิสามัญตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อความโปร่งใส ด้านพรรคเพื่อไทย ประชุม สส. กำชับร่วมอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ปัญหาประชาชน
  • กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทย 10 สมาคม ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเสนอแนวทางเร่งด่วนต่อภาครัฐ หลังสถานการณ์อุตสาหกรรมเริ่มเผชิญความท้าทายรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดโลก โดยได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล เพื่อเร่งรักษาฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ ท่ามกลางแรงกระแทกจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดวันที่ 2 ณ กรุงปักกิ่งในวันนี้ (15 พ.ค.) ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า สองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการที่จีนจะเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.87% ในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 4.15% ในเดือนมี.ค.
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 12,000 ราย สู่ระดับ 211,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.)หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และทำให้ตลาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพ.ค.จากเฟดนิวยอร์ก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)