
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.72 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดเมื่อวานที่ระดับ 32.65/66 บาท/ดอลลาร์
โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา อัตราผลตอบพันธบัตรสหรัฐฯ ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับทุกสกุล ส่งผลให้ตลาด มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ภาพรวมเงินบาทวันนี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบผันผวนนักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.90 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.04 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 159.11/14 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1600 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1617/1619 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.615 บาท/ดอลลาร์
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (19 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาใกล้เปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว ขณะที่การเจรจาสันติภาพยังคงประสบภาวะชะงักงัน หลังจากเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เขาได้ประกาศเลื่อนการโจมตีตามคำร้องขอของผู้นำประเทศในอ่าวอาหรับ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายพันธบัตรจากความกังวลว่า เงินเฟ้อกำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีล่าสุดลดลงเกือบ 0.01% มาอยู่ที่ 5.174% หลังระหว่างวันพุ่งแตะ 5.197% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2550
- ข้อมูลจาก Mortgage News Daily ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐ ระยะเวลา 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 6.75% ในวันนี้ (19 พ.ค.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.2568
- นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะทำพิธีสาบานตนให้แก่เควิน วอร์ช เพื่อดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้
- นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ ที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 41.7% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม
เดือนธ.ค. และให้น้ำหนัก 15.7% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 0.50% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.7% ที่เคยให้น้ำหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว - นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเฟดในวันนี้ (20 พ.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (19 พ.ค.) หลังจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ โดยไม่มีฝ่ายใดต้องการให้ปฏิบัติการทางทหารกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 28-29 เม.ย.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)





