สหรัฐฯ ปัดข่าวชะลอขายอาวุธให้ไต้หวัน เหตุต้องกันกระสุนไว้ใช้ในตอ.กลาง

แหล่งข่าวรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยในวันนี้ (23 พ.ค.) ว่า การขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวันอยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณาทางการบริหารที่ใช้เวลาหลายปี และไม่ได้เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวชี้แจงดังกล่าวหลังมีถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรส ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจว่ามีการชะลอนโยบาย เนื่องจากความจำเป็นในการจัดสรรกระสุนให้กับกองทัพสหรัฐฯ

แพ็กเกจความช่วยเหลือด้านกลาโหมมูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองมากขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจอนุมัติ หลังการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเดือนนี้

ความไม่แน่นอนยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) หลัง ฮัง เกา รักษาการรัฐมนตรีกองทัพเรือสหรัฐฯ ให้การต่อคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภาว่า การส่งมอบอาวุธให้ไต้หวันถูกชะลอ เพื่อให้สหรัฐฯ มีคลังอาวุธเพียงพอสำหรับปฏิบัติการ “Epic Fury” ที่ใช้โจมตีอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกฝ่ายได้โต้แย้งถ้อยแถลงดังกล่าว โดยระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังมีคลังยุทโธปกรณ์เพียงพอสำหรับภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ทั้งหมด และการขายอาวุธให้ไต้หวันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อเดือนก.พ.

ทั้งนี้ กรอบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันยังยึดตามกฎหมาย Taiwan Relations Act ปี 1979 ซึ่งกำหนดให้สหรัฐฯ ต้องจัดหาอาวุธเพื่อการป้องกันให้กับไต้หวัน เพื่อรับมือภัยคุกคามในภูมิภาค

ขณะที่จีนยังคงเรียกร้องให้ยุติการส่งมอบอาวุธทั้งหมด แต่รัฐบาลไต้หวันระบุเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่ายังไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความล่าช้า พร้อมย้ำจุดยืนไม่ยอมรับข้ออ้างอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวัน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์คาดว่าจะตัดสินใจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแพ็กเกจอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในระยะใกล้นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 69)