
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหนัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า วันที่ 25 พ.ค. คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะดูร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยให้เรียบร้อยว่าจะมีแก้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หากเรียบร้อยวันที่ 26 พ.ค. จะนำร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุมสส.พรรคเพื่อไทยเพื่อให้ร่วมลงชื่อ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเสียงไม่พอขาด 26 เสียง ก็ต้องไปขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองทุกพรรคให้ร่วมลงชื่อ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วจะยื่นภายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยต่อประธานรัฐสภาในสัปดาห์หน้าหรืออย่างช้าก็ต้นสัปดาห์ถัดไป
โดยเนื้อหาในร่างของพรรคเพื่อไทย ยึดหลักการเดิม ที่อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะการที่ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นสิ่งที่ดี โดยจะให้มี สสร. 150 คน 100 คนแรกให้ประชาชนเลือกเข้ามา 300 คน แล้วให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ถือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมที่ประชาชนมีส่วนร่วม และไม่ใช่การเลือกโดยตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ ส่วนอีก 50 คนจะมาจากการเสนอขององค์กรต่างๆ เช่น องค์กรทางวิชาการ มหาวิทยาลัย สื่อมวลชน องค์กรทางด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ เพื่อให้มีความหลากหลาย เสนอตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้วให้รัฐสภาเลือก เพื่อร่วมกันแล้วได้ 150 ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ
โดยจะวางกรอบการทำงานของสสร. เช่น ให้มีกลไกแก้ปัญหาหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม มีกลไกแก้ปัญหาให้องค์กรอิสระมีความอิสระอย่างแท้จริง เพื่อแก้ปัญหาของประเทศที่เป็นอยู่ รวมถึงมีข้อห้ามไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข กำหนดไว้เช่นนี้เชื่อว่าครอบคลุมดีแล้ว
ส่วนข้อซักถามว่าตอนนี้พรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว พรรคเพื่อไทยก็จะยื่น เช่นนี้จะมีการประกบร่างกันหรือไม่ นายชูศักดิ์ ตอบว่าในท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับรัฐสภา เชื่อว่าจากนี้จะมีการยื่นอีกหลายร่างที่จะมาขอความร่วมมือ เช่นพรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปไตย ในหลักการเราก็ยินดี เมื่อเข้าไปถึงรัฐสภาก็ต้องลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะดำเนินการได้จริงหรือไม่ นายชูศักดิ์ ตอบว่า มันขึ้นอยู่กับความจริงใจของพรรคการเมืองว่าเป็นอย่างไร หากทุกพรรคจริงจังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประเทศดีขึ้น ประชาธิปไตยก้าวหน้า ก็ต้องลดเงื่นไขของตัวเองลง แล้วไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ โดยรับฟังเหตุผลกันอย่างจริงจังแบบนั้นก็ไปได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 69)





