ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัว จับตาประชุม ECB, ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพุธ (10 มิ.ย.) หลังเคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งวัน ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง และรอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 618.17 จุด ลดลง 0.47 จุด หรือ -0.08%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,161.83 จุด ลดลง 41.60 จุด หรือ -0.51%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,195.31 จุด ลดลง 237.75 จุด หรือ -0.97% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,254.81 จุด เพิ่มขึ้น 27.48 จุด หรือ +0.27%

 

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังเกิดการปะทะกันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศตกลงหยุดยิงกันในเดือนเม.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาข้อตกลง และขณะนี้จะต้องชดใช้ผลที่ตามมา ขณะที่อิหร่านระบุว่าจะทบทวนการมีส่วนร่วมทางการทูตกับสหรัฐฯ อีกครั้ง

นักวิเคราะห์จาก Lombard Odier กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ดูเหมือนเป็นเพียงการยิงตอบโต้กันเป็นระยะ มากกว่าจะเป็นการขยายวงหรือกลับมาเริ่มต้นความขัดแย้งในวงกว้างอีกครั้ง

นักวิเคราะห์ระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างมีเหตุผลชัดเจนที่จะต้องการบรรลุข้อตกลง เนื่องจากการคลี่คลายสถานการณ์จะเป็นประโยชน์ทางการเมืองต่อทรัมป์ ขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากการที่น้ำมันจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นผลจากการปิดล้อมของสหรัฐฯ

ดัชนี STOXX 600 ปิดลบเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ขณะที่บรรยากาศการลงทุนยังได้รับผลกระทบจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาลงของเยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป โดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ DIW ระบุว่า เยอรมนีมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคในปีนี้ หลังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน จนทำให้การฟื้นตัวที่เปราะบางสะดุดลง พร้อมปรับลดคาดการณ์การเติบโตในปี 2569 ลงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีร่วงลงราว 1%

ความสนใจของตลาดขณะนี้มุ่งไปที่ ECB ซึ่งเริ่มการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วันในวันพุธ โดยตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อควบคุมผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนจะจับตาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยหลังจากสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อด้านราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ก็สนับสนุนมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2570

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มอุตสาหกรรมนำตลาดปรับตัวลง โดยร่วงมากกว่า 1% ทั้งสองกลุ่ม

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 0.7% ส่งผลให้การปรับตัวลงนับตั้งแต่วันศุกร์ขยายเป็น 3% และลดทอนการปรับขึ้นเกือบ 30% ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

ความผันผวนรุนแรงของหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นในสหรัฐฯ และเอเชียตลอดสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อ STOXX 600 ยังมีจำกัด เนื่องจากดัชนีดังกล่าวมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีค่อนข้างต่ำ

หุ้น Kongsberg ของนอร์เวย์พลิกผันอย่างรุนแรง โดยร่วงลง 5% หลังจากก่อนหน้านี้เคยปรับขึ้นได้มากถึง 3.3% ในระหว่างวัน เนื่องจากการคาดการณ์อัตรากำไรของบริษัทด้านกลาโหมและเทคโนโลยีแห่งนี้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)