น้ำมัน WTI ปิดบวก $1.83 หลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านรุนแรง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 2% ในวันพุธ (10 มิ.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากเขาได้สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้อิหร่านที่ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ ตก

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.83 ดอลลาร์ หรือ 2.07% ปิดที่ 90.03 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 93.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในวันพุธว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกครั้ง เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ ยื่นเสนอ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาอาจสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านอีกระลอก เนื่องจากอิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการบรรลุข้อตกลง

คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันอังคารที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) หลังจากเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตก

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุน หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 7.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 มิ.ย. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 3.0 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 200,000 บาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 186,000 บาร์เรล

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวในวันพุธว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้คุ้มกันเรือพาณิชย์กว่า 200 ลำให้สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยเขาอ้างว่าปฏิบัติการลับ ๆ ดังกล่าวนี้ช่วยให้น้ำมันดิบมากกว่า 100 ล้านบาร์เรลสามารถขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้และช่วยควบคุมราคาน้ำมันดิบไว้ได้ มิฉะนั้นราคาน้ำมันดิบอาจจะพุ่งไปอยู่ที่ 250 ดอลลาร์ แทนที่จะเป็น 85-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์ยังคงจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยคาดว่าปัจจัยที่จะทำให้การเจรจามีความสลับซับซ้อนมากขึ้นคือการที่คณะผู้ว่าการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 35 ชาติ ได้ผ่านมติที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ โดยสั่งให้อิหร่านสำแดงคลังสำรองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่เหลืออยู่ทั้งหมด และเปิดทางให้ผู้ตรวจสอบเข้าไปตรวจสอบความถูกต้อง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)