
รัฐบาลออสเตรเลียประกาศในวันนี้ (13 ก.ค.) ว่า จะทยอยนำบัตรผู้โดยสารดิจิทัลมาใช้กับผู้เดินทางจากต่างประเทศทุกคนภายใน 18 เดือนข้างหน้า แทนการใช้บัตรแบบกระดาษ
โทนี เบิร์ก รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลกลางเตรียมใช้งบประมาณ 56.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 38.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับระบบรองรับผู้เดินทางในสนามบินให้ทันสมัย รวมถึงการนำบัตรผู้โดยสารดิจิทัลมาใช้ทั่วประเทศ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การขยายระบบดังกล่าวทั่วประเทศมีขึ้นหลังประสบความสำเร็จจากการทดลองใช้แบบสำแดงข้อมูลผู้เดินทางเข้าออสเตรเลียในรูปแบบดิจิทัล (Australia Traveller Declaration) ซึ่งเปิดให้ใช้แทนบัตรผู้โดยสารแบบกระดาษสำหรับเที่ยวบินบางเที่ยวของสายการบินแควนตัสที่เดินทางเข้าสู่ซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2567
เบิร์กระบุในแถลงการณ์ร่วมกับดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีการค้าและการท่องเที่ยว, คริสตี แมคเบน รักษาการรัฐมนตรีคมนาคม และจูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีเกษตร ประมง และป่าไม้ ว่า มีผู้โดยสารมากกว่า 450,000 คนทดลองใช้ระบบดิจิทัลดังกล่าวแล้ว และประสบความสำเร็จอย่างมาก
แถลงการณ์ระบุว่า ระบบดังกล่าวจะขยายไปยังเที่ยวบินของแควนตัสที่เดินทางเข้าสู่เมืองเพิร์ทและแอดิเลดภายในสิ้นปี 2569 ก่อนนำไปใช้กับสนามบินและท่าเรือระหว่างประเทศทุกแห่งในช่วง 12-18 เดือนต่อมา
นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลดังกล่าวยังเปิดให้ผู้เดินทางกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำแดงศุลกากรที่จำเป็นล่วงหน้าได้สูงสุด 3 วันก่อนเดินทาง แทนการกรอกบัตรกระดาษระหว่างการเดินทางหรือเมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย
ฟาร์เรลล์เสริมว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ออสเตรเลียเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางมาเยือนได้สะดวกและเป็นมิตรมากขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า การปรับปรุงระบบให้ทันสมัยครั้งนี้จะช่วยให้หน่วยงานชายแดนรองรับจำนวนผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก บริสเบน 2032
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





