
นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่ง Sideways มีโอกาสชะลอตัวตามตลาดหุ้นเอเชียที่ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี แม้ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำคาด และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จะอ่อนตัวลง แนะจับตาความผันผวนของสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบ ประเมินกรอบแนวรับ 1,620 จุด แนวรับถัดไป 1,610 จุด และแนวต้าน 1,640 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดดัชนีเคลื่อนไหวทิศทาง Sideways อย่างไรก็ตามมีโอกาสชะลอตัว แม้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนบวกเล็กน้อย สอดคล้องกับตลาดหุ้นฟิวเจอร์ส ขณะเดียวกันการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ต่ำคาด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อ่อนตัวลง
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ อาทิ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลง จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็น Sentiment ลบต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทย นอกจากนี้แนะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางซึ่งยังมีความผันผวน และราคาน้ำมันยังทรงตัวระดับสูง
ประเมินกรอบแนวรับ 1,620 จุด แนวรับถัดไป 1,610 จุด และแนวต้าน 1,640 จุด
ปะเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (15 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,658.64 จุด เพิ่มขึ้น 150.37 จุด หรือ +0.29% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,572.40 จุด เพิ่มขึ้น 28.81 จุด หรือ +0.38% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,269.23 จุด เพิ่มขึ้น 162.22 จุด หรือ +0.62%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 67,900.43 จุด ลดลง 851.08 จุด หรือ -1.24% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,825.02 จุด เพิ่มขึ้น 143.92 จุด หรือ +0.58% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,912.38 จุด ลดลง 43.20 จุด หรือ -1.09% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงลง 6.3%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (15 ก.ค. ) 1,630.21 จุด เพิ่มขึ้น 4.18 จุด (+0.26%) มูลค่าซื้อขาย 86,236.86 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (15 ก.ค.) 952.50 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (9 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.33% ปิดที่ 79.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (15 ก.ค.) อยู่ที่ 27.90 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.56 กลับมาแข็งค่า รับดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลข PPI สหรัฐต่ำคาด
– กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิ.ย. ดัชนี PPI ทั่วไปรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดที่ 6.2% จาก 6.0% ในเดือนพ.ค.ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 5.2% จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ค.
– กพช.คลอดแผนรื้อโครงสร้างค่าไฟ หั่นค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท ให้ 23 ล้านครัวเรือน เริ่มรอบบิล ส.ค.ปลดล็อก Direct PPA รอบใหม่รับซื้อไม่จำกัด แยกประเภท ผู้ใช้ไฟดาต้าเซนเตอร์ เล็งตั้งราคา 5-6 บาท พร้อมวางหลักประกันการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า ดึงค่าไฟทางสาธารณะจากค่าไฟฐานลดภาระประชาชน พร้อมรื้อสัญญา SPP
– TISA ใกล้คลอด! “พรอนงค์” จับเข่าคุยคลัง แย้มทุกอย่างชัดเจนแล้ว ตลท.เชื่อหุ้นไทยสดใสขึ้นดึงดูด IPO เข้าจดทะเบียนใน SET และ mai ครึ่งหลังปี 69 มองไตรมาส 4 สุดคึกคัก 10 บริษัทจ่อขาย IPO ส่วนอีก 5 บริษัท ได้ไฟเขียวจาก ก.ล.ต. แล้ว อีก 5 บริษัทกำลังยื่นไฟลิ่ง
– “ศุภจี” ดันไทยฮับคอนเทนต์แห่งเอเชีย ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเรียกภาคเอกชนถกโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เคาะงบ 2.45 พันล้านบาท กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศรัฐจ่าย 50% จำนวน 5 แสนสิทธิ “กสิกรไทย” ชี้ หากวงเงินและระยะเวลาน่าสนใจจะเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ
– ธปท. เข้มจัด! เตรียมขยายมาตรการฝากเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจงที่มาที่ไปแหล่งเงิน คาดมีผล ต.ค.69 นี้ หลังคุมถอนเงินสด 5 ล้านบาทต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงินกับแบงก์
– แบงก์ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ประเมินเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 และเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3 จากแรงหนุนของการส่งออก ราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และมาตรการภาครัฐ คาดทั้งปี GDP โต 2%
– คณะกรรมการร่วมภาครัฐ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน (กรอ.) พิจารณา 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก่ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส (Co-payment), โครงการ Fly Thai All the Feeling และโครงการ Thailand Air Connect : Connecting the World to Amazing Thailand ซึ่งใช้งบประมาณ 2,400 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 56,600 ล้านบาท
*หุ้นเด่นวันนี้
-GULF (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 74 บาท คาดกำไรปกติปี 2569 เติบโต +27.6% ศักยภาพเข้าสู่รอบเติบโตใหม่สูงอิง IBD/E ต่ำ 1.1 เท่าฐานสูง 3.4 แสนล้านบาท พร้อมรับโอกาส CAPEX cycle หลักๆ ดิจิทัล ไฟฟ้าหมุนเวียนเต็มที่ ซื้อขาย PER26F ที่ AVG. vs กำลังเข้ารอบเติบโตใหม่
-MTC (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท ประเมินต้นทุนเงินทุนลดลง หนุน Sentiment การลงทุน เราประเมินการ Refinance หุ้นกู้ทำให้ต้นทุนเงินทุนลดลง ขณะที่ประเมินภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอลง จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงหนุน Sentiment รวมทั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.เริ่มฟื้นตัว รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรที่เริ่มปรับตัวขึ้น (เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน) หนุนเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นฐานลูกหนี้ ส่วน Valuation ไม่แพง Forward PE 9.3 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ราว 13 เท่า)
-MAGURO (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาท เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 39 ลบ. +13% q-q, +20% y-y จากผลบวกของสาขาใหม่ ขณะที่ Margin ยังขยับตัวขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยมองผ่านจุดต่าสุดปีนี้ในไตรมาส 1/69 แล้ว การเปิดสาขาใหม่จะเร่งขึ้นใน H2/69 โดยเฉพาะ Highlight อย่าง Kaiten Sushi Ginza Onodera ปลายเดือน ก.ค. ซึ่งเริ่มเปิดให้จองคิวแล้ว คาดจะเป็น Sentiment บวกหนุน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 69 +11% y-y
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





