
สำนักงานสถิติแห่งชาติสหภาพยุโรป (ยูโรสแตต) เปิดเผยในวันนี้ (31 ก.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีของยูโรโซนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.9% ในเดือนก.ค. จาก 2.8% ในเดือนมิ.ย. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน
การเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวเพิ่มน้ำหนักให้กับคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 10 ก.ย. นี้ ตามกรณีฐาน (baseline scenario) ที่ ECB ได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า
ด้านอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง (underlying inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. จากระดับ 2.4% ในเดือนมิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราเงินเฟ้อในภาคบริการที่ขยับขึ้นสู่ระดับ 3.3%
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 0.4% ซึ่งเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงสองเท่า ช่วยผ่อนคลายความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากต้นทุนพลังงาน และเปิดทางให้ ECB สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้ง แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น โดยประเมินว่า ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียว หากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นไม่ส่งผลกระทบรอบสองไปยังราคาสินค้าชนิดอื่น
นอกจากนี้ ตลาดแรงงานยูโรโซนที่ชะลอตัวลงยังส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านค่าจ้างจะผ่อนคลายลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของราคาสินค้าอุตสาหกรรมไม่รวมพลังงานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.9% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ และช่วยชดเชยการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานได้บางส่วน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





