
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขัน ในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) ได้เห็นชอบ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์”
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการเรียกรถ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ (ทั้งบริการรับส่งของ และอาหาร) หรือครอบคลุมทั้งบริการเรียกรถรับส่งคน และสิ่งของ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ให้บริการน้อยราย ทำให้เกิดการแข่งขัน และพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับไรเดอร์ และอาจเกิดความไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภค
สำหรับข้อกำหนดมาตรฐานฯ ดังกล่าว ได้กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เช่น การเรียกเก็บ GP (ค่าส่วนแบ่งการขาย) ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชันที่ไม่เป็นธรรม, กำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิ (Exclusive Dealing) และบังคับราคาเท่ากันทุกช่องทาง (Rate Parity), การออกแบบการใช้งานของแพลตฟอร์มไม่โปร่งใส จนทำให้ผู้ใช้งานส่งคำสั่งไปโดยเข้าใจผิด (Dark Patterns), การจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน (Self-preferencing)
ขณะเดียวกัน ยังกำหนดมาตรฐานที่แพลตฟอร์มต้องปฏิบัติ ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ และไรเดอร์ การตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ การเปิดเผยข้อมูลบริการอย่างโปร่งใส และการจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค
โดย กขค. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ส.ค.69 ที่เว็บไซต์ www.tcct.or.th หรือทางอีเมล์ [email protected] จากนั้นจะนำความเห็นที่ได้รับมาพัฒนาหลักเกณฑ์ และกฎระเบียบ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลทั้ง 2 ธุรกิจ ให้แข่งขันอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงสวัสดิภาพของ ทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนก.ย.69
นางวรวรรณ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องออกข้อกำหนดมาตรฐานฯ เพราะแม้ที่ผ่านมา กขค.ได้ประกาศใช้แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับ-ส่งอาหาร กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร (ไกด์ไลน์ฟูด เดลิเวอรี่) เพื่อกำกับดูแลธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่มาตั้งแต่เดือนธ.ค.63 แต่กลับได้รับการร้องเรียนพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่ไม่เป็นธรรมรวม 17 เรื่อง และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะสภาพตลาดของทั้ง 2 ธุรกิจกระจุกตัว เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่ออกจากตลาด เหลือเพียง 2 ราย ซึ่งอาจกระทบการแข่งขันในตลาด
ขณะที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว มีไรเดอร์มากถึงกว่า 400,000 ราย มูลค่าธุรกิจสูงถึง 45,000 ล้านบาทในปี 68 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 49,000 ล้านบาทในปี 72 โดยพฤติกรรมที่ได้รับการร้องเรียน เช่น ค่า GP ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม เช่น บังคับใช้ระบบพ่วงงาน ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงาน 2 ร้านพร้อมกัน แต่กลับปรับลดค่ารอบ ปัญหาระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง
ปัญหาความคลาดเคลื่อนของ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด รวมถึงความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และกลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กับรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ที่อาจไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ไม่ขึ้นทะเบียนรถโดยสารสาธาณะ ฯลฯ จนอาจก่อให้เกิดสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม จึงจำเป็นต้องยกระดับการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับไรเดอร์ และความปลอดภัยกับผู้บริโภค
โดย พณฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





