ผู้ว่า BOJ แย้มขึ้นดอกเบี้ยคุมราคาพุ่ง หลังเงินเฟ้อแตะเป้า 2%

คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพของอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ระดับประมาณ 2% พร้อมส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาพุ่งสูงเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยจะพิจารณาความจำเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นรายรอบการประชุม รวมถึงรอบถัดไปในเดือน ธ.ค. ด้วย

อุเอดะส่งสัญญาณเชิงคุมเข้มนโยบายการเงินระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ (30 ต.ค.) เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ตรงตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้

“ในการประชุมนโยบายการเงินทุกรอบ รวมถึงรอบหน้า เราจะประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจะเป็นไปตามที่คาดไว้หรือไม่ ควบคู่กับประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ แล้วค่อยตัดสินใจตามความเหมาะสม” อุเอดะกล่าวตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ย

ผู้ว่าการ BOJ อดีตนักวิชาการที่มีบุคลิกสุขุม ซึ่งเคยถูกติงเรื่องการสื่อสารไม่ชัดเจน เคยส่งสัญญาณทำนองนี้มาแล้วหลังการประชุมเมื่อเดือนก.ค. ที่คงดอกเบี้ย โดยครั้งนั้นเขายืนยันว่าจะ “หารืออย่างละเอียดถี่ถ้วนตั้งแต่การประชุมรอบถัดไปเป็นต้นไป” ก่อนจะนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยแตะระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีในการประชุมเดือนก.ย.

ด้านตลาดการเงินตอบรับถ้อยแถลงของอุเอดะอย่างนิ่งสงบ โดยเงินเยนลดช่วงบวกลงขณะที่เขาแถลงข่าว สอดคล้องกับกระแสเงินทุนทั่วโลกที่ชะลอการไหลเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในวันนี้

สัญญาณคุมเข้มของอุเอดะมีขึ้นหลัง BOJ ออกมาประกาศว่า อัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง (Underlying Inflation) แตะเป้าหมายที่ราว 2% ได้เป็นครั้งแรก สอดคล้องกับผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์กว่า 80% ที่คาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในรอบเดือนธ.ค.

นอกจากนี้ จุดที่สร้างความประหลาดใจให้ตลาดคือ BOJ ประกาศเร่งเทขายกองทุน ETF ที่ถือครองอยู่เร็วขึ้นเกือบ 3 เท่า เริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. ปีหน้า โดยจะขายราว 8.6 แสนล้านเยน (ราว 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี ช่วยร่นเวลาเทขายทั้งหมดให้จบลงในเวลาราว 43 ปี จากเดิมที่เคยคาดว่าต้องใช้เวลากว่า 110 ปี

มาซาฮิโกะ ลู หัวหน้านักกลยุทธ์ตราสารหนี้ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ State Street Investment Management แสดงความเห็นว่า เรื่องน่าประหลาดใจคือการเร่งเทขาย ETF ออกมาเร็วขึ้น การย่นเวลาระบายสินทรัพย์จาก 112 ปีเหลือเพียง 43 ปี ถือว่าเปลี่ยนไปมาก และอย่างน้อยก็พอจะเห็นกระบวนการนี้จบลงได้ในช่วงชีวิตการลงทุนของคนคนหนึ่ง

สำหรับมติดอกเบี้ยรอบนี้ ที่ประชุมโหวตด้วยคะแนน 8 ต่อ 1 เสียง โดยฮาจิเมะ ทาคาตะ กรรมการสายเหยี่ยว เป็นเสียงข้างน้อยเพียงคนเดียวที่ลงมติสวนทาง เพราะต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาสฉบับล่าสุด BOJ ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ โดยคาดว่ามาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญจะขยับขึ้นแตะ 2.6% ในปีงบประมาณหน้าที่จะเริ่มในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.4% ที่ประเมินไว้เมื่อ 3 เดือนก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท