AIMC มองหุ้นไทยมีลุ้นทะลุ 1,400 จุด รับเม็ดเงินไหลเข้าคาดหวังรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการ (AIMC) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปี 69 มองว่าดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน โดยให้เป้าหมายดัชนี SET ปีนี้อยู่ที่ 1,400 จุดและหากผลการเลือกตั้งออกมาอย่างเสร็จสมบูรณ์และจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพและแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะส่งผลให้ดัชนีมีโอกาสทะลุระดับ 1,400 จุดได้

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดัชนีที่ 1,400 จุด ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน แต่คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่น ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ตัวเลขดัชนี แต่คือการรอคอยความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่ถูกหน่วงเหนี่ยวด้วยกระบวนการร้องเรียนจนล่าช้าเกินไป ทิศทางของเศรษฐกิจก็จะชัดเจนขึ้น

ดังนั้น หัวใจสำคัญในการผลักดันตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ คือการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อเศรษฐกิจพื้นฐานดี ประชากรอยู่ดีกินดี ตลาดทุนก็จะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและเป็นธรรมชาติในที่สุด

นางชวินดา กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยภายหลังการเลือกตั้ง จากสถิติในอดีตพบว่ามักมีโอกาสปรับตัวในทิศทางบวกต่อเนื่อง แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจล่าช้าจากการร้องเรียนต่าง ๆ แต่ตลาดได้สะท้อนความคาดหวังต่อโครงสร้างรัฐบาลใหม่ไปในระดับหนึ่งแล้ว ส่งผลให้แรงกดดันเชิงลบเริ่มจำกัด ขณะเดียวกัน บรรยากาศการลงทุนหลังการเลือกตั้งยังเต็มไปด้วยความคาดหวังควบคู่กับความระมัดระวัง โดยตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ แม้ภาพในอดีตจะชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มเดินหน้าต่อได้หลังการเลือกตั้ง แต่ในครั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยแวดล้อมอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณการเข้ามาของเม็ดเงินลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศไม่ได้รอเพียงความชัดเจนทางการเมืองเท่านั้น แต่เริ่มทยอยสะสมหุ้นเข้าสู่พอร์ตอย่างเงียบ ๆ สะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงยาว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มแสดงความเชื่อมั่นมากขึ้นผ่านกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นปี โดยเน้นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นแกนหลักของตลาด ส่วนแรงขายจากบางสถาบัน เช่น กลุ่มประกันหรือกองทุนประกันสังคม เป็นเพียงการปรับสัดส่วนการลงทุนตามรอบปกติ และไม่ได้สะท้อนสัญญาณการลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแต่อย่างใด

“โอกาสที่จะเห็นดัชนีแตะทะลุระดับ 1,400 จุดได้เช่นกัน แต่ความท้าทายคือจะยืนระยะได้ถึงสิ้นปีหรือไม่ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) หรือ กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG)” นางชวินดา กล่าว

เม็ดเงินวายุภักษ์ ยันสภาพคล่องพร้อมขับเคลื่อนหุ้นไทย

นางชวินดา กล่าวในฐานะบริษัทร่วมบริหารจัดการกองทุนวายุภักษ์ว่า บทบาทของกองทุนยักษ์ใหญ่ ภายใต้การบริหารจัดการของมืออาชีพ กองทุนรวมอย่างกองทุนวายุภักษ์ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่มีสภาพคล่องล้นมือพร้อมเข้าพยุงและขับเคลื่อนตลาด, ด้วยผลงานที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามราคาตลาดและมูลค่าที่แท้จริง ทำให้กองทุนนี้ยังคงได้รับความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบริหารจัดการผ่านช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปได้

โดยกลยุทธ์การลงทุนและกองทุนวายุภักษ์ภายใต้การบริหารของ KTAM มีผลการดำเนินงานที่ดีมากในปีที่ผ่านมา ประมาณ 6% โดยมีการปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์และมูลค่าพื้นฐานของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันยังมีสภาพคล่องและเม็ดเงินพร้อมลงทุนในตลาดหุ้นไทย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)