
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และสัญญาซื้อขายหุ้นล่วงหน้าปรับตัวลงในวันนี้ (20 เม.ย.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่าน รวมถึงรายงานที่ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกปิดกั้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนต้องรับมือกับสัญญาณที่ขัดแย้งกันในตลาดการเงิน
ในการซื้อขายช่วงเช้านี้ที่ตลาดเอเชีย สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นราว 7% แตะระดับ 96.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ดัชนี S&P500 ฟิวเจอร์ร่วงลงราว 0.9%
ในตลาดเงิน เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.3% สู่ระดับ 1.1735 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินเยนอ่อนค่าลงราว 0.2% สู่ระดับ 158.95 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐในรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์เคยอ่อนตัวลงแตะระดับต่ำเมื่อวันศุกร์ (17 เม.ย.) ภายหลังอิหร่านประกาศว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งในขณะนั้นได้หนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นและทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก
ความตึงเครียดยังทวีขึ้น หลังสหรัฐฯ ระบุว่าได้ยึดเรือสินค้าของอิหร่านที่พยายามฝ่าการปิดล้อมของสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ว่า อิหร่านได้ปฏิเสธการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับสหรัฐฯ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขาจะส่งคณะผู้แทนไปเจรจาที่ปากีสถาน และเตรียมเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)




