RT เร่งกวาดงานใหม่หวังดัน Backlog ปีนี้เข้าเป้า 7 พันลบ.หลังโควิดฉุดผลงานครึ่งปีแรก

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง (RT) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 64 บริษัทได้ติดตามและเข้าประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งเน้นรับงานในประเทศที่มีมาร์จิ้นสูงและงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีงานที่ประมูลได้แล้วรอเรียกลงนามในสัญญา 2 งาน รวมมูลค่างาน 1,083 ล้านบาท และ มีงานประมูลที่อยู่ระหว่างรอพิจารณาผล 1 งาน มูลค่างาน 96 ล้านบาท รวมมูลค่างานทั้งหมด 1,179 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ วันที่ 30 มิ.ย.64 อยู่ที่ 2,981 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในปี 64-66 หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้จะส่งผลให้ Backlog อยู่ที่ 7,000 ล้านบาทในปีนี้

ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน และทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด จ.เชียงใหม่ ความคืบหน้า 95% ,งานก่อสร้างอุโมงค์ในโครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 3 จ.สระบุรี-จ.นครราชสีมา ความคืบหน้า 90%, งานก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรัก กรมชลประทาน จ.เลย ความคืบหน้า 35% และ โครงการก่อสร้างบ่อพักและท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ความคืบหน้า 60%

นายชวลิต กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้โครงการก่อสร้างหลายแห่งได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง และ ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานในช่วงที่ผ่านมา เพื่อควบคุมและชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้บริษัทจะมีโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย และมีเพียง 3 โครงการที่อยู่ในเขตสีแดงเข้ม ซึ่งได้รับการผ่อนปรนจากมาตรการดังกล่าว แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

อาทิ ต้นทุนการขนส่งและวัสดุอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้การส่งมอบงานเป็นไปด้วยความล่าช้าจากแผนการดำเนินงานที่วางไว้ ส่งผลให้การรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/64 มีการชะลอตัว และ อาจต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/64

ขณะที่กรมบัญชีกลางได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนการต่ออายุสัญญางาน การงดหรือลดค่าปรับของงานก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดต้นทุนด้านต่างๆอย่างเหมาะสม โดยมีโครงการก่อสร้างที่กำลังดำเนินการตามแผนต่อเนื่อง พร้อมเร่งส่งมอบงานให้ทันกำหนดตามสถานการณ์

สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกปี 64 บริษัทมีรายได้รวม 1,318 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,426 ล้านบาท จำนวน 108 ล้านบาท หรือ ลดลง 7.57% และ มีกำไรสุทธิ 44.5 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 137.3 ล้านบาท จำนวน 92.8 ล้านบาท หรือ ลดลง 67.59 %

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/64 บริษัทมีรายได้รวม 591 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 702 ล้านบาท จำนวน 111 ล้านบาท หรือ ลดลง 15.81% และ มีกำไรสุทธิ 7.27 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80.27 ล้านบาท จำนวน 73 ล้านบาท หรือ ลดลง 90.94 %

“แม้ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/64 จะปรับตัวลดลงไปบ้าง บริษัทมองว่าเป็นเพียงการชะลอตัวของการรับรู้รายได้ในโครงการต่างๆ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้หลายภาคส่วนต้องมีการปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีงานในมือที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผน และทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงภายใต้วิกฤติด้วยการควบคุมต้นทุน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารอยู่เสมอ นอกจากนี้ บริษัทได้เดินหน้าประมูลงานใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับงานและผลักดัน Backlog ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้”

นายชวลิต กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ส.ค. 64)

Tags: , , ,