KTB เปิดชำระเงินไทย-สิงคโปร์ ด้วย QR Code ผ่าน Krungthai NEXT เป็นรายแรก

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จในการพัฒนาบริการ QR Cross-Border Payment เพื่อให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการข้ามประเทศ ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ผ่านระบบ QR Code เป็นธนาคารแรกในประเทศ โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นธนาคารที่รับผิดชอบการชำระดุลธุรกรรมระหว่างประเทศ (Settlement Bank) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระหว่างประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาค

โดยพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จในการพัฒนา QR Code มาตรฐานในประเทศไทย เพื่อให้การชำระเงินระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนงานด้านการชำระเงิน ซึ่งเป็น 1 ใน 5 Ecosystem หลักที่ธนาคารมุ่งยกระดับการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ การชำระเงินข้ามประเทศด้วย QR Cross-Border Payment มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศสิงคโปร์ได้ง่าย เพียงสแกน QR Code ของ NETS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลรายใหญ่ครอบคลุมกว่า 80% ของร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศสิงคโปร์ ขณะที่ลูกค้าของธนาคารในสิงคโปร์ที่เข้าร่วมบริการเช่น DBS, UOB และ OCBC สามารถใช้แอปพลิเคชั่นของธนาคารนั้นๆ เพื่อสแกน QR Code มาตรฐานของประเทศไทย ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศไทยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยเช่นเดียวกัน ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น และคุ้มค่าด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดเมื่อเลือกชำระด้วย Krungthai Inter Wallet โดยเริ่มเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.นี้ เป็นต้นไป

“ธนาคารเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบริการด้านการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งปัจจุบัน คนไทยมีความคุ้นชินกับการชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code อยู่แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาสู่ภาวะปกติ และมีการเปิดประเทศมากขึ้น รวมทั้งการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัว จะส่งผลให้การใช้บริการ QR Cross-Border Payment ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ เป็นไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และร้านค้าในการรับและจ่ายเงิน ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าได้ นับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”

นายผยง กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.ย. 64)

Tags: , , , , , ,
Back to Top