โบรกฯเชียร์ ซื้อ CPF เล็งผลงานปีนี้โตดีจากธุรกิจหมูเด่น-ลงทุนเทสโก้เอเชีย

โบรกเกอร์เชียร์”ซื้อ”หุ้น บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เล็งผลงานปี 64 โตต่อเนื่อง จากธุรกิจหมูเด่นทั้งในไทย จีน และเวียดนาม ราคาหมูยังยืนในระดับสูงจากการส่งออกดีขึ้น, การบริโภคฟื้นตัว และอุปทานที่จำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยเช่นเดียวกับในจีนและเวียดนาม ขณะที่ CPF ยังจะรับรู้ธุรกิจหมูในจีนเต็มปีในปีนี้หลังจากเข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมี Synergy จากการถือหุ้นเทสโก้เอเชีย 20% เพิ่มช่องทางการขายในไทย

ทั้งนี้ ราคาหุ้น CPF ถูกกดดันตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/63 เป็นต้นมาจากราคากากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม CPF ได้ตุนสต็อกวัตถุดิบไว้แล้ว ทำให้อัตรากำไรจะยังดีต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1/64 และเชื่อว่าราคาหุ้นสะท้อนต่อราคากากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป และคาดอัตรากำไรปี 64-65 ที่ 16% และ 15.8% สูงกว่าในปี 60-62 ที่อยู่ระดับ 12.8%

พักเที่ยงราคาหุ้น CPF อยู่ที่ 29 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.75% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย ลดลง 0.73%

โบรกเกอร์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
เคทีบีเอสทีซื้อ39.50
ทิสโก้ซื้อ38.00
เมย์แบงก์ กิมเอ็งซื้อ44.50
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ซื้อเก็งกำไร35.00
เอเซีย พลัสซื้อ42.00

น.ส.สุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ CPF ในปี 64 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากธุรกิจหมูทั้งในไทย, จีน และเวียดนาม ที่ราคาหมูยังอยู่ในระดับสูงจากความต้องการที่ยังมีมาก โดยในเวียดนามราคาหมูยืนในระดับสูงจากที่ยังขาดแคลน ซึ่งการเลี้ยงหมูในเวียดนามยังไม่กลับมาเป็นปกติ ส่วนของจีนราคาหมูก็ยังยืนในระดับสูง และ CPF ก็ยังจะรับรู้ธุรกิจหมูในจีนเต็มปีในปีนี้ จากเดิมที่ไม่ได้รับรู้ธุรกิจดังกล่าว

ทั้งนี้ เมย์แบงก์ฯ ปรับประมาณการกำไรปกติของ CPF ในปี 63-64 เพิ่มขึ้น 2% และ 22% ตามลำดับ สะท้อนการลงทุนของบริษัทย่อยคือ CPP ในธุรกิจหมูจีน (CTI) 35% ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 63 และการลงทุน 20% ในเทสโก้เอเชีย เมื่อ 18 ธ.ค.63 โดยผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าที่เคยคาด เนื่องจากใช้เงินลงทุน 1.3 พันล้านเหรียญฯ จากเดิม 1.5 พันล้านเหรียญฯ ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยด้วยการนำเงินทุนมาจากกระแสเงินสดภายในกิจการส่วนหนึ่ง และการทยอยออกหุ้นกู้มาก่อนหน้านี้แล้วซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 3.6% อีกทั้งคาดว่าไม่มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ขณะที่แนวโน้มกำไรปีนี้เติบโตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากการขยายการเลี้ยงหมูในไทยและเวียดนามรวมเพิ่มขึ้น 16% เป็น 13 ล้านตัว/ปี อีกทั้งรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มปีจาก CTI ซึ่งเพิ่มการเลี้ยง 33% เป็น 6 ล้านตัว/ปี แม้จำนวนหมูเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าราคาหมูยังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจาก Supply ที่ยังขาดแคลนจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) ส่วนการลงทุนในเทสโก้เอเชียคาดว่ามีผลกระทบจำกัด

ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า ราคาหมูที่เพิ่มขึ้นในปี 63 จะเป็นปัจจัยบวกต่อในปี 64 โดยราคาหมูในเดือน ธ.ค.63 อยู่ที่ 73 บาท/กิโลกรัม (กก.) ลดลงจาก 80 บาท/กก.ในช่วงก่อนหน้าจากความกังวลการระบาดของโรคเพิร์ส (PRRS) ในหมู แต่อย่างไรก็ตาม ราคาหมูในเดือน ม.ค.64 ได้กลับมายืนเหนือ 80 บาท/กก.อีกครั้งได้รับแรงสนุบสนุนจากอุปทานที่ขาดแคลน

สำหรับปี 64 คาดราคาหมูเฉลี่ยที่ 75 บาท/กก.ทรงตัวสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการส่งออกที่ดีขึ้น, การบริโภคที่ฟื้นตัว และอุปทานที่จำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยเช่นเดียวกับในจีนและเวียดนาม แม้ว่าต้นทุนของ CPF จะเพิ่มขึ้นจากอาหารสัตว์ในปี 64 ก็ยังคงแนะนำให้”ซื้อ”หุ้น CPF

CPF ถูกกดดันตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/63 เป็นต้นไปจากราคากากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นในเดือน ธ.ค.63 ราว 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม CPF ได้ตุนสต็อกไว้แล้วที่ 14-15 บาท/กก. ทำให้อัตรากำไรจะยังดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/63 ถึงไตรมาส 1/64 และเชื่อว่าตลาดสะท้อนราคากากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นนี้ต่อราคาหุ้นมากเกินไป และคาดอัตรากำไรปี 64-65 ที่ 16% และ 15.8% สูงกว่าในปี 60-62 ที่ 12.8%

พร้อมทั้งคาดผลประกอบการปี 64-65 ของ CPF ที่ระดับ 2.15 หมื่นล้านบาท และ 2.11 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ลดลงจากปี 63 แต่ยังนับว่าสูงจากราคาหมูที่ทรงตัว และภาวะอุปทานที่อ่อนแอจนถึงปี 65 หลังผลกระทบของโรค ASF เริ่มหายไป

ส่วน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ธุรกิจสุกรและไก่ที่จีน เวียดนาม และไทยยังเติบโตได้ดี นอกจากนี้ยังมี Synergy จากการถือหุ้นเทสโก้เอเชีย 20% เพิ่มช่องทางการขายในไทย ด้านส่วนแบ่งกำไรจากบมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) มีแนวโน้มหดตัวในงวดไตรมาส 1/64 เพราะได้รับผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ แต่เชื่อกำไรธุรกิจหลักยังเติบโตดีหนุนกำไรไตรมาส 1/64 เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมคาดกำไรปี 64 ยังโตเกิน 5%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ม.ค. 64)

Tags: , , , , , , , , , ,
Back to Top