หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ราคาน้ำมันร่วงกดหุ้นพลังงาน รอถ้อยแถลงประธานเฟด

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ตามภูมิภาค หลังผลงาน Q3/66 ของบริษัทจดทะเบียนไทยออกมาผสมผสาน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบร่วงทำจุดต่ำสุดรอบ 4 เดือน กดดันหุ้นพลังงาน และต่างชาติยังเทขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยนักลงทุนจับตาดูถ้อยแถลงประธานเฟด, ตัวเลขเงินเฟ้อของจีน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ แนวรับ 1,406-1,400 จุด และแนวต้าน 1,420-1,430 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งไซด์เวย์ สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ โดยผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทย ในไตรมาส 3/66 ออกมาผสมผสานกัน และมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงต่ำสุดในรอบราว 4 เดือน หลังนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของอุปสงค์น้ำมันในสหรัฐและจีน คาดจะเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานในวันนี้ และแนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มพลังงานในไตรมาส 4/66 ที่อาจชะลอลง
อีกทั้งต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง และนักลงทุนรอดูถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ว่าจะส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร รวมถึงมุมมองทางเศรษฐกิจสหรัฐด้วย และยังจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อของจีน , จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐในวันนี้ด้วย

ให้แนวรับ 1,406-1,400 จุด และแนวต้าน 1,420-1,430 จุด

 

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (8 พ.ย.66)ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,112.27 จุด ลดลง 40.33 จุด หรือ -0.12%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,382.78 จุด เพิ่มขึ้น 4.40 จุด หรือ +0.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,650.41 จุด เพิ่มขึ้น 10.56 จุด หรือ +0.08%

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดภาคเช้าที่ระดับ 32,316.39 จุด เพิ่มขึ้น 149.91 จุด หรือ +0.46% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดภาคเช้าที่ระดับ 17,553.26 จุด ลดลง 15.20 จุด หรือ -0.09% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,047.65 จุด ลดลง 4.72 จุด หรือ -0.15%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (8 พ.ย.66) ที่ 1,411.77 จุด เพิ่มขึ้น 3.47 จุด (+0.25%) มูลค่าซื้อขาย 38,066.24 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,590.77 ลบ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.66.

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค.(8 พ.ย.)ลดลง 2.04 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 75.33 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (8 พ.ย.66) อยู่ที่ 5.61 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 35.53 แกว่งในกรอบ รอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด

– “เศรษฐา” ร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่สหรัฐ 11-17 พ.ย.นี้ ยึดพื้นที่แสดงศักยภาพเศรษฐกิจไทย สบช่อง จบเทคคอมพานีสหรัฐพาเหรดลงทุนไทย จ่อปิดดีล “ไมโครซอฟท์” ลุยพลังงานสะอาด พร้อมโชว์บิ๊กโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์” ดึงทุนนอก ร่วมแผนพีพีพีไทย ด้าน “นภินทร” ร่วมกล่าวถ้อย แถลงการเชื่อมโยงภูมิภาคเวทีรัฐมนตรีการค้า

– “คลัง” จ่อปรับเพดานโชว์ของเพื่อขอ VAT Refund หวังอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ลดความแออัดสนามบิน คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ชง ครม.

– FETCO เตรียมเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กลางเดือน พ.ย.นี้ เพื่อหารือจัดตั้งกองทุนระยะยาว เสริมสภาพคล่องตลาดหุ้นไทย เช่น แนวทางการฟื้นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งประเมินว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนในทันทีเพราะนักลงทุนมีความคุ้นเคย รวมถึงแนวทางการนำกองทุนรวม เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) ที่จะหมดอายุในปีหน้ามาปรับปรุงเป็นการเติมเม็ดเงินลงทุนสู่ตลาดหุ้นไทย หรือการจัดตั้งกองทุนใหม่ๆ

– สมาคมธนาคารไทยได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมโปรแกรมเมอร์ขายโปรแกรมเพื่อโอนเงินและปลดล็อกการสแกนใบหน้าในแอปฯ เพื่อทำให้การโอนเงินสามารถโอนผ่านโปรแกรมและให้ยกเลิกเงื่อนไขการสแกนใบหน้า ในกรณีที่มีการโอนเงินที่มีจำนวนตั้งแต่ 50,000 บาท

 

หุ้นเด่นวันนี้

– ICHI (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19 บาท กำไรไตรมาส 3/66 ทำได้ 328 ลบ. +28%q-q +71%y-yสูงสุดในรอบ 9 ปี ดีกว่าเราและคลาดคาด 20% และ 12% ตามลำดับ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด สูงสุดในรอบ 7 ปีที่ 25.2% จากต้นุทนแพคเกจจิ้งลดลงและปรับสูตรน้ำตาล แนวโน้มไตรมาส 4/66 ชะลอเล็กน้อย q-q ตามฤดูกาล อยู่ระหว่างปรับปรุงและเพิ่มสายการผลิต รอรับรายได้ในอนาคตและช่วยหนุนมาร์จิ้น เราคาดกำไรปี 2566-2568 โต +56% ปีนี้ และ +7% ปีหน้า

– SAWAD (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 54.00 บาท แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 เติบโต QoQ, YoY หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อรวม จากทั้งสินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ส่วนหนึ่งมาจากเงินสดทันใจที่รับรู้เต็มไตรมาส (ซื้อคืนจากออมสิน) ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายจากการตั้งสำรอง ECL ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีรายการพิเศษ แนวโน้มไตรมาส 4/66 ยังเห็นการเติบโต YoY ตามสินเชื่อที่ขยายตัว ทั้งนี้ตลาดคากกำไรสุทธิปี 66-67 ที่ 5.04 พันล้านบาท +13%YoY และ 5.94 พันล้านบาท +18%YoY

– CBG (กรุงศรี) “ซื้อ” เป้า 98.30 บาท คาดกำไรสุทธิดีขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%qoq และ 23%yoy แนวโน้มรายได้และกำไรจะเร่งตัวขึ้นอีกในไตรมาส 4/66 จากการรับรู้รายได้ผลิตขวดและจัดจำหน่ายให้กับเบียร์คาราบาวเต็มไตรมาส

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 พ.ย. 66)

Tags: , , ,
Back to Top