หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้นต่อแต่อาจมีแรงขายระหว่างวัน ลุ้นดิจิทัลวอลเล็ต-กนง.วันนี้

นักวิเคราะห์ฯ ระบุตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเปิดบวกและย่อตัว อาจแกว่งตัวระหว่างวัน ทั้งนี้หากปรับตัวขึ้นแรงต้องระวัง Sell on fact หลังเมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นแรงทะลุ 1,400 จุด จากการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ รวมทั้งในวันนี้จะมีความชัดเจนรายละเอียดดิจิทัลวอลเล็ต ขณะที่การประชุมกนง. นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย หลังจากการปรับคาดการณ์เฟดลดอัตราดอกเบี้ยจากเดือนมิ.ย.เป็นเดือนก.ค. โดยให้กรอบแนวต้าน 1,417 จุด และแนวรับ 1,388 จุด

นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเปิดบวกและย่อตัว อาจแกว่งตัวระหว่างวัน หรือหากดัชนีเปิดย่อและปรับตัวบวกขึ้นอาจถูกขาย ทั้งนี้วันนี้ต้องระวัง Sell on fact หากดัชนีปรับตัวขึ้นต่อแรง หลังจากเมื่อวานนี้ดัชนีทะลุ 1,400 จุด จากการที่รัฐบาลมีมาตราการกระตุ้นอสังหาฯ รวมทั้งความชัดเจนในรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่จะประกาศในวันนี้

นอกจากนี้เมื่อวานนี้มีแรงซื้อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจาก ITD มีการเรียกนักวิเคราะห์คุยเกี่ยวกับการแก้ไขสภาพคล่อง ทำให้ธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้หลักฟื้นตัวขึ้นมา

รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าจาก Flow เข้า ส่วนหนึ่งเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการนโยบาย (กนง.) ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เพราะจากการปรับคาดการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. เป็นเดือนก.ค. รวมทั้งการมีโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลต้องการผลักดัน ซึ่งหากกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง กนง.ต้องปรับประมาณการเงินเฟ้อในปีหน้าและอาจปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน

โดยคำแนะนำการลงทุนวันนี้แนะนำหุ้นวัฎจักร อาทิ SCGP PTTGC ซึ่งที่ผ่านมาปรับตัวลงค่อนข้างมากและยังลงทุนได้ ทั้งนี้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับข่าวต้องระมัดระวังอาจมีแรงขายทำกำไร

พร้อมทั้งให้กรอบแนวต้าน 1,417 จุด และแนวรับ 1,388 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (9 เม.ย.)ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,883.67 จุด ลดลง 9.13 จุด หรือ -0.02%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,209.91 จุด เพิ่มขึ้น 7.52 จุด หรือ +0.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,306.64 จุด เพิ่มขึ้น 52.68 จุด หรือ +0.32%

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 39,582.33 จุด ลดลง 190.80 จุด หรือ -0.48% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งเปิดตลาดที่ระดับ 16,926.02 จุด เพิ่มขึ้น 97.95 จุด หรือ +0.58% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดตลาดที่ระดับ 3,045.96 จุด ลดลง 2.58 จุด หรือ -0.08%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (9 เม.ย.) 1,401.11 จุด เพิ่มขึ้น 25.53 จุด (+1.86%) มูลค่าการซื้อขาย 48,405.14 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6,063.52 ล้านบาท (9 เม.ย.)

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. (9 เม.ย.) ลดลง 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 85.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 เม.ย.) อยู่ที่ 3.65 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 36.33 รอลุ้นผลประชุม กนง. ให้กรอบวันนี้ 36.20-36.50

– ภาคอสังหาริมทรัพย์ หวังยาแรง รัฐอัดฉีด “7 มาตรการ” ขยับเพดานโอน-จดจำนอง ลดหย่อนภาษีล้านละหมื่นจูงใจสร้างบ้าน ซอฟต์โลน ผู้มีรายได้น้อย พร้อมสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ รวม 5 หมื่นล้านบาท หนุนระบายสต็อก 2 แสนยูนิต ธุรกิจเกี่ยวเนื่องรับอานิสงส์ปลุกตลาดฟื้นจากแนวโน้มติดลบ 10-15% พลิกเป็นเติบโต 5-10%

– “เศรษฐา” ชี้ถึงเวลา กนง.ต้อง ลดดอกเบี้ย ระบุประชาชนเดือดร้อนมานานแล้ว “หอการค้า” ชี้ถ้าไม่ลดดอกเบี้ยต้องมีทางช่วยเอสเอ็มอี หลังต้นทุนการเงินพุ่ง ส.อ.ท.คาดยังไม่ลดดอกเบี้ยคาดอาจจะรอเฟดประกาศลดดอกเบี้ยก่อน หวั่นภาคเอกชนและประชาชน รับผลกระทบ 2 ทาง ทั้งต้นทุนการเงินสูง ภาระดอกเบี้ยไม่ลดลง

– รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-7 เม.ย. 67) นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก หรือเพิ่มขึ้น 19,043 คน จากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวก่อนมีวันหยุดต่อเนื่องในวันอีดิลฟิฏร์ (10 เม.ย.) ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลชะลอการเดินทาง

– “ภากร” ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) รับปีนี้เหนื่อย หลังเกิดเหตุเซอร์ไพรส์ไม่หยุด ลุ้นงบประมาณรายจ่ายเติมเต็มความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ โชว์หุ้นใหญ่ให้ผลตอบแทน 4% ดีกว่าตราสารหนี้-ฝากเงิน ด้าน FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่น ‘ทรงตัว’ ต่อเนื่อง หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน

หุ้นเด่นวันนี้

– SCGP (ทรีนีตี้) ในเชิงพื้นฐาน “Trading Buy” ราคาเป้าหมาย 36.50 บาท ส่วนในเชิงกลยุทธ์ ยังคงให้เป็นหุ้นเด่นประจำการลงทุนไตรมาส 2 ประเมินกำไรไตรมาส 1/67 จะออกมาโดดเด่นที่ 1.6 พันล้านบาท +29% YoY, +29% QoQ จากทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร และธุรกิจเยื่อและกระดาษ ที่ดีขึ้นจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการที่เริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 5.8 พันล้านบาท +10% YoY แต่อาจมี Upside risk หากดีมานด์ฟื้นตัวต่อเนื่อง จุดการเข้าซื้อปัจจุบันได้เปรียบชัดเจน จากระดับ EV/EBITDA ที่อยู่ต่ำเพียง -2SD จากค่าเฉลี่ยเท่านั้น

– AP (กรุงศรี) “ซื้อ” เป้า IAA Consensus 14.40 บาท ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐโดยเฉพาะการเพิ่มเพดานราคาบ้านที่จะได้สิทธิ์ลดค่าโอนและจดจำนองจากราคาไม่เกิน 3 เป็น 7 ล้านบาท เนื่องจาก AP มีบ้านและอาคารชุดที่ต่ำกว่าระดับ 7 ล้านบาทเกือบมากสุดในกลุ่ม

– CRC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 42.6บาท บริษัทรายงาน same store sales growth (SSSG) พลิกกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 1/67 ที่ 1.5% หลังหดตัว -2.4% ในช่วงไตรมาส 4/66 มองความเชื่อมั่นการบริโภคภายในประเทศเริ่มกลับมากระตุ้นจากมาตรการ EasyeReceiptในช่วงต้นปี อีกทั้ง SSSG ที่ดีขึ้นได้อานิสงส์การบริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นทั้งในอิตาลีและเวียดนาม ภาพทั้งปีคาดผลประกอบการเติบโตราว 10% แม้อาจดูไม่ได้มากหรือไม่ตื่นเต้น แต่ราคาหุ้นเทรดไม่แพงเทียบเป็น PER ปี 2567 ที่ 28 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ในอดีตของกลุ่มธุรกิจพาณิชย์ของ CRCที่ 0.5SD อีกทั้งมองหากรัฐบาลออกมาตรการ Digital wallet คาดจะสร้าง upside ให้กลุ่ม Commerce โดยเฉพาะ CRC ที่น่าจะได้อานิสงส์บวก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 67)

Tags: , , ,
Back to Top