
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้เป็นประธานการประชุมศป.กฉ. ครั้งที่ 5/2568 โดยได้รับทราบรายงานการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนหลังภัยพิบัติ ว่า ขณะนี้ส่วนหน้าได้ปรับภารกิจจากการกู้ภัยเป็น “การฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน” โดยภายใน 48 ชั่วโมงย้อนหลัง ได้นำระบบ Jitasa.care มาช่วยเสริมในการตรวจสอบ (double check)
ทั้งนี้ พบว่าได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 1.8 หมื่นราย แม้ว่าน้ำลดลงแล้ว ยังมีการแจกอาหารน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้ดำเนินการตั้ง “คลินิกเยียวยาจิตใจ” ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมด้วย
โดยปัจจุบัน มีประชาชนในศูนย์พักพิงประมาณ 14,500 คน ด้านการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคนั้น ได้ประสานและติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกระบบกลับมาใช้การได้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2568
ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มจุดพักขยะใน 4 โซนที่ได้แบ่งไว้ และให้ดำเนินการขนย้ายขยะในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน ซึ่งปัจจุบัน อบจ.สงขลา ได้ดำเนินการแบ่งเครื่องจักรเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย รถ 10 ล้อ รถตัก รถน้ำ และกำลังพล ลงพื้นที่ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ตามเขตพื้นที่ที่ได้แบ่งไว้แล้ว และจะมีกำลังพล อส. ทหาร จากส่วนหน้ามาช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติมในแต่ละโซน
- มอบ สธ. รายงานสรุปยอดผู้เสียชีวิต ทุก 4 โมงเย็น
นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ตรวจสอบเบอร์โทรต่าง ๆ เมื่อประชาชนติดต่อเข้ามา ต้องมีคนรับสายให้ข้อมูลได้แน่นอน รวมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์จุดซ่อมรถ นอกจากนี้ ขอให้ส่วนหน้าดำเนินการสำรวจบ้านชั้นเดียว โดยเฉพาะเขต 8 เรื่องผู้เสียชีวิต รวมทั้งการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับชุมชนดังกล่าว สำหรับเรื่องรายงานผู้เสียชีวิตในแต่ละวัน จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ทำการรายงานสรุปยอดในเวลา 16.00 น.
ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงข้อมูลทะเบียนรถ เพื่อให้เจ้าของรถสามารถค้นหาตรวจสอบรถของตนเองได้ โดยต้องทำทะเบียนคลุมไว้ทั้งหมด และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมการขนส่งและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าเจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาที่ 2 แห่ง หรือ โทร.สอบถามที่โทรสายด่วน 1584 1599 และ 191
ประเด็นการย้ายรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมนั้น ตำรวจในพื้นที่ได้รับมอบหมายจาก ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทำภารกิจย้ายรถที่กีดขวาง ปัจจุบันมีพื้นที่รองรับการขนย้ายแล้ว และจะประสานกับ สนทช. เพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น โดยได้ประสานทำความเข้าใจกับพื้นที่เรื่องการใช้อุปกรณ์ยกรถให้ถูกวิธีแล้ว โดยตลอดคืนที่ผ่านมา ตำรวจในพื้นที่ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้สามารถสัญจรได้มากขึ้น
ส่วนการควบคุมอาชญากรรม ได้มีการระดมกำลังตำรวจนอกพื้นที่มาช่วยควบคุม โดยจะเน้นการใช้อุปกรณ์เครื่องมือจากนอกพื้นที่ เนื่องจากรถสายตรวจในพื้นจมน้ำหมด สำหรับการส่งศพคืนญาตินั้น ได้ดำเนินการประสานกับคณะแพทย์ยืนยันว่ามีความพร้อม
- ความคืบหน้าการช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงาน
– สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แล้ว เรื่องรถยก โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยมีรถยกขนาดเล็ก อยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80-90 คัน กำลังประสานงานกับส่วนหน้าในเรื่องพื้นที่จอดพักรถ สำหรับการเคลมประกันภัยขณะนี้ ประชาชนผู้เอาประกันภัยทยอยแจ้งเคลมมาเป็นระยะ แต่เป็นช่วงเริ่มการติดต่อระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ซึ่งยังไม่มีเรื่องร้องเรียน
– กรมการขนส่งทางบกได้สนับสนุนยานพาหนะ เพื่อขนส่งสิ่งของตามที่มีผู้บริจาค จากพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมืองไปส่งหาดใหญ่ นอกจากนี้ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับจอดรถ สำหรับรถที่ประสบภัยที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 (หาดใหญ่) และมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจ ช่วยลดน้ำท่วม” เพื่อดำเนินการตรวจซ่อมสภาพรถยนต์จักรยานยนต์ที่มีความเสียหายไม่มาก โดยจะให้บริการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) เป็นต้นไป และจะขยายศูนย์ฯ ไปยังจังหวัดรอบ ๆ ต่อไป
– กรมโยธาธิการและผังเมือง รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมอาคารหลังน้ำลด โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สงขลาเพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานสำหรับการตรวจสอบอาคาร” คาดว่าจะมีการเตรียมระบบอุปกรณ์และฐานข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยหากพื้นที่ใดพร้อม ทีมงานจะสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที
– กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ระดมช่างฝีมือในเครือข่ายลงพื้นที่ไปให้บริการซ่อมแซม รถจักรยานยนต์ ซ่อมเครื่องมือ เครื่องยนต์เล็กการเกษตร สร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งในจังหวัดสงขลาจะมีจุดให้บริการอยู่ 5 จุด คือ 1.วัดเกาะเสือ 2. บริษัทสยามแบตเตอรี่ หาดใหญ่ 3.โรงเรียนแสงทองวิทยา 4.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา และ 5. เทศบาลเมืองหาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา ลงพื้นที่ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ
– กรมปศุสัตว์ สามารถกำจัดซากสัตว์ได้แล้ว ได้แก่ ซากโค กระบือ และแพะประมาณ 200 ตัว สุกร 25 ตัว และสัตว์ประเภทอื่น ๆ อีกประมาณ 20 ตัว ทั้งนี้ การกำจัดซากสัตว์ดำเนินการใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์ และพื้นที่ของเอกชนที่ให้การสนับสนุน โดยพื้นที่ที่นำไปกำจัดจะอยู่ห่างจากชุมชนเพื่อความปลอดภัย คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 – 3 วัน
– การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เรื่องการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ พบว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการแล้วประมาณ 45% ของพื้นที่ ครอบคลุมโรงพยาบาลหาดใหญ่ รวมทั้งบริเวณตลาดกิมหยง และจะเพิ่มการจ่ายน้ำประปาไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามบิน และพื้นที่รอบข้าง ส่วนเมืองสงขลา จะดำเนินการจ่ายน้ำประปาไปที่สถานีโคกสูงภายในวันนี้ โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำให้ครบทั้งหมด คาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ครบทั้งหาดใหญ่และสงขลาในอีก 2-5 วันข้างหน้า
ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือ ปภ. รายงานว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมาก และเรื่องที่ร้องขอส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสนับสนุนการเก็บกวาด ทำความสะอาดพื้นที่และสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง ปภ. ได้ระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เข้ามาใช้สำหรับยืนยันข้อมูลของผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรมการปกครองจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
– การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ความคืบหน้าการจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนให้กับประชาชนพบว่า สามารถจ่ายไฟได้แล้ว 85 – 86% และเหลือผู้ใช้ไฟประมาณกว่า 23,500 รายที่อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยพื้นที่สำคัญ ๆ อย่างโซนธุรกิจ ได้มีการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าเกือบสมบูรณ์ 100% แล้ว ทั้งนี้ ภายใน 1-2 วันข้างหน้า การไฟฟ้าฯ จะพยายามจ่ายไฟคืนให้ได้มากที่สุด
ส่วนบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟได้นั้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบและแก้ไขให้ปลอดภัยก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะเข้าร่วมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าร่วมกับ กฟภ.ด้วย
– กองทัพเรือ รายงานว่า เรือหลวงอ่างทองได้กำหนดเวลาออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ เวลา 08.00 น. หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะฝากสิ่งของบริจาค เพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา กองทัพเรือพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
– สำนักงานประกันสังคม มีโครงการสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานเพื่อผู้ประกันตน ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นายจ้างจ้างงานผู้ประกันตน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมประมาณ 500,000 ราย มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 12 เดือน มี ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 7 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank), ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารไทยเครดิต และธนาคารทหารไทยธนชาต ที่จะเริ่มในธันวาคมนี้
โดยเงื่อนในการปล่อยสินเชื่อ คือ ให้สำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนแยกตามขนาดของสถานประกอบการ วงเงินจะแบ่งเป็น 15 ล้านบาท 30 ล้านบาท และไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย สำนักงานประกันสังคมได้ทำ MOU ไว้กับทั้ง 7 ธนาคาร
– สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รายงานว่า ในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ได้ใช้ระบบดาวเทียมเข้าไปสนับสนุน เพื่อให้ประชาชนสามารถสื่อสารและติดต่อกันได้ หาก กฟภ. สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ครบทั้ง 8 จุด ระบบสื่อสารจะสามารถกลับมาครอบคลุมได้เต็ม 100% ภายในวันนี้
ส่วนมาตรการลดค่าบริการนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้โอเปอเรเตอร์ต่าง ๆ นำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ จะปรับปรุงและวางโครงข่ายเสาสัญญาณใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ย. 68)




