
“ทองคำ” พุ่งทะยานอย่างร้อนแรงตลอดปี 68 โดยราคาปรับขึ้นไป 65% ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ และขึ้นไป 50% ในรูปเงินบาท
แล้วในปี 69 ราคาทองคำจะได้ไปต่อหรือไม่ หลายสำนักก็ฟันธงแล้วว่ายังเป็นขาขึ้น แต่จะขึ้นแบบไหน ขึ้นทะลุเพดาน หรือขึ้นแบบแผ่วๆ “Wealth Me Please “EP นี้มาพูดคุยกับ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ถึงทิศทางราคาทองคำในปี 69
นพ.กฤชรัตน์ มองว่า ราคาทองคำปี 69 ยังดีดขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แม้อาจจะไม่ได้ปรับขึ้นร้อนแรงเท่าปีก่อน แต่มีโอกาสเหวี่ยงขึ้น-ลงตามจังหวะการเก็งกำไร เพราะปัจจุบันทองคำได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีผู้คนเข้ามาลงทุนทุกระดับชั้น ถึงกระนั้น ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นในระยะยาว รวมไปถึงเงินและโลหะมีค่าอื่น ๆ ด้วย
ปัจจัยหลักๆ ที่ยังหนุนราคาทองคำ ได้แก่ 1. ความเสื่อมศรัทธาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (Dedollarization) และ 2. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปี 69 คาดว่าจะปรับลงอีก 1-3 ครั้ง ขณะที่ประเด็นสงครามหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า อาจเข้ามาเป็นปัจจัยกระตุ้นชั่วคราวที่จะทำให้ราคาทองคำผันผวนได้บางช่วงจังหวะเวลา
นอกจากนั้น หลายประเทศยังเลือกซื้อเก็บทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองของธนาคารกลางมากขึ้น จากเดิมที่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็จะค่อยๆ ลดสัดส่วนลง
นพ.กฤชรัตน์ ประเมินว่าในปี 69 ราคาทองคำในประเทศไทยน่าจะขึ้นไปถึงบาททองคำละ 70,000-75,000 บาท ส่วนในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐมีสิทธิดีดขึ้นไปถึง 5,000-5,500 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
แนะการลงทุนควรใช้เงินเย็น หรือเงินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ยมาลงทุนทองคำเพื่อถือระยะยาว หากพอร์ตลงทุนขนาดเล็ก 1-2 ล้านบาท แนะให้มีสัดส่วนลงทุนทองคำ 60-70% แต่หากพอร์ตสูงกว่า 10 ล้านบาท แนะถือทองคำ 25% ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
“แนะนำซื้อเก็บโดยใช้เงินเย็นๆ และหาจังหวะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวทุกครั้ง และเมื่อราคาขึ้นขายไปทำกำไรเป็นช่วงๆ” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
นพ.กฤชรัตน์ กล่าวในฐานะผู้ค้าทองคำรายใหญ่ว่า จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาดูแลเสถียรภาพเงินบาทด้วยการควบคุมการเทรดทองออนไลน์อย่างเข้มงวดนั้น ทางกลุ่มผู้ค้าทองคำและผู้นำเข้าส่งออกทองคำแท่งกำลังหารือ ธปท.เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท ขณะที่อุตสาหกรรมค้าทองคำก็ยังเดินต่อไปได้และค่าเงินบาทก็ไม่ไดัรับกระทบ
“เราเสนอการซื้อขายทองคำในประเทศให้อยู่ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ แทนในรูปเงินบาทดีกว่าการขึ้นภาษีไม่ว่ารูปแบบใด เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะทำลายตลาดค้าทองคำในประเทศ และผู้ค้าทองคำก็คัดค้านวิธีนี้ และไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
ตัวอย่างในหลายๆ ประเทศในโลกก็มีการซื้อขายทองคำเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เข่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น ซึ่งทางผู้ค้าทองคำจะชักชวนให้ผู้ลงทุนไทยหันมาซื้อขายทองคำในรูปเงินดอลลาร์ให้มากขึ้น เพราะการใช้สกุลเงินดอลลาร์น่าจะมีทำกำไรได้ดีกว่าในรูปเงินบาท จากปี 68 ทองคำในรูปเงินดอลลาร์พุ่งขึ้นไป 65% แต่ราคาทองคำไทยเพิ่มขึ้น 50%
“คาดว่าภายใน 2-3 เดือนน่าจะได้ข้อสรุปออกมา ระหว่างนี้กำลังหารือกันอยู่”นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ม.ค. 69)





