
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.22 บาท/ดอลลาร์
เช้านี้ เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค และสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกเมื่อคืนที่ปรับตัวย่อลงมา
“บาทปรับตัวอ่อนค่าตามภูมิภาค และทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองเมื่อคืนนี้” นักบริหารเงิน กล่าว
ขณะที่ตลาดจับตาดูสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เกรงว่าอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น และลุกลามขยายวงออกไปจากเดิม
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.15-31.35 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.12 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 157.85 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1662 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.277 บาท/ดอลลาร์
– ราคาทองคำสุดผันผวน 12 ม.ค.69 ทำนิวไฮครั้งใหม่ ทองคำแท่งแตะบาทละ 67,700 บาท ส่วนตลาดโลกทำนิวไฮด้วย ปรับขึ้นเหนือระดับ 4,570-4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน MTS ประเมินราคาทองคำโลกทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ แนะทยอยลงทุน
– ธปท.ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟู เหลือ 0.32% ถึงสิ้นปี 69 ลดภาระแบงก์ ช่วยลูกหนี้มากขึ้น ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยฟื้นวิกฤติ “ซีไอเอ็มบีไทย” ชี้เทียบเคียงลดดอกเบี้ย ช่วยแบงก์ชาติเซฟกระสุนดอกเบี้ย “กสิกรไทย” อาจไม่ช่วยสินเชื่อเอสเอ็มอีหลุดพ้น “ติดลบ” ปีนี้
– ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศคำวินิจฉัยต่อหลายคดีใหญ่ในวันพุธที่ 14 ม.ค. ซึ่งอาจรวมถึงคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (12 ม.ค.) หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (12 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย. และเดือนต.ค.
– นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (13 ม.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% เช่นกันในเดือนพ.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือน ธ.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)





