หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้ามีโอกาสลงต่อ หลังหลุด 1,250 จุด-ขาดปัจจัยใหม่ จับตางบแบงก์-CPI สหรัฐ

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ แต่ภาพรวมยังดูไม่สดใส หลังดัชนีหลุดระดับ 1,250 จุด ทำไห้มีโอกาสปรับตัวลงต่อได้ และยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา อีกทั้งรอติดตามงบฯกลุ่มแบงก์ และรายงานเงินเฟ้อ CPI เดือนธ.ค.ของสหรัฐคืนนี้ พร้อมให้แนวต้าน 1,250 จุด แนวรับ 1,230 จุด

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ แต่ในภาพรวมของดัชนียังไม่ค่อยสดใส หลังจากดัชนีปรับตัวลงมาหลุด 1,250 จุด ทำให้ยังมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลงได้ต่อ

อย่างไรก็ตามยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ส่งผลต่อดัชนีอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้ โดยที่รอติดตามการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ของกลุ่มแบงก์ที่จะเริ่มทยอยออกมา โดยพรุ่งนี้ TISCO จะรายงานผลการดำเนินงานออกมา และคืนนี้รอติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนธ.ค.ของสหรัฐ

โดยให้แนวต้าน 1,250 จุด แนวรับ 1,230 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (12 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,590.20 จุด เพิ่มขึ้น 86.13 จุด หรือ +0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,977.27 จุด เพิ่มขึ้น 10.99 จุด หรือ +0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,733.90 จุด เพิ่มขึ้น 62.55 จุด หรือ +0.26%

– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 52,808.29 จุด เพิ่มขึ้น 868.40 จุด หรือ +1.67%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,169.70 จุด เพิ่มขึ้น 4.41 จุด หรือ +0.11% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,958.52 จุด เพิ่มขึ้น 350.04 จุด หรือ +1.32%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (12 ม.ค.) 1,242.20 จุด ลดลง 11.89 จุด (-0.95%) มูลค่าซื้อขาย 34,141.60 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (12 ม.ค.) 233.94 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. (12 ม.ค.)เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 59.50 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (12 ม.ค.) อยู่ที่ 4.03 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 31.25 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค ตามราคาทองย่อตัว คาดกรอบวันนี้ 31.15-31.35

– ธปท.ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟู เหลือ 0.32% ถึงสิ้นปี 69 ลดภาระแบงก์ ช่วยลูกหนี้มากขึ้น ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยฟื้นวิกฤติ “ซีไอเอ็มบีไทย” ชี้เทียบเคียงลดดอกเบี้ย ช่วยแบงก์ชาติเซฟกระสุนดอกเบี้ย “กสิกรไทย” อาจไม่ช่วยสินเชื่อเอสเอ็มอีหลุดพ้น “ติดลบ” ปีนี้

– ททท. ใส่เกียร์รุกงัดกลยุทธ์ครบดึงนักท่องเที่ยว วางเป้าแตะ 36.7 ล้านคน จัดกิจกรรมระดับโลกเพียง ทั้ง Tomorrowland, EDC, EDM พร้อมทำแผนจูงใจเช่าเหมาลำ ขานรับสี จิ้นผิง ยกไทย-จีนพี่น้องกัน จัดกิจกรรมกระตุ้นทั้งปี ล่าสุดปล่อยทีเซอร์ ลิซ่า ก่อนโปรโมตใหญ่ 28 มกราคมนี้

– “ดีเอสไอ” ไล่บี้คดี “หุ้น MORE” ที่สร้างความเสียหายมูลค่า 4.5 พันล้าน ออกหมายจับ “กลุ่มพรประภา” หลังเบี้ยวนัด “อัยการพิเศษ” เมื่อ 5 ม.ค.69 ขณะที่กระแสข่าวลือหนาหู “คิม เอกภัทร” ซุ่มบวชเงียบ พร้อมวัดใจ “สมนึก-อมฤทธิ์” 16 ก.พ.นี้จะมาตามนัดหรือไม่

– GIT เผยการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน พ.ย.2568 มีมูลค่า 1,461.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 76.73% ขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่อง 13 เดือนติดต่อกัน และการส่งออกรวม 11 เดือน ของปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) ไม่รวมทองคำ มูลค่า 12,853.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 49.17%

– สรท.คาดส่งออกปี 2569 เติบโต 2-4% หวังรัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อยอดมาตรการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมเสนอแนะรัฐบาลและภาครัฐ เร่งดำเนินการ 7 ข้อ รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท-ใช้ Local Content เพื่อเพิ่มมูลค่า-ขยายตลาดเดิมส่งเสริมขยายตลาดใหม่-เร่งขยายโอกาสเจรจาFTA-เข้มงวดและกำกับดูแลสินค้านำเข้า-ใช้ Green Economy & Sustainable-ปรับปรุงและ ยกระดับประสิทธิภาพด้านการขนส่งและโลจิสติกส์

– ก.พลังงาน จ่อชงรัฐบาลชุดใหม่ อนุมัติด่วน 3 เรื่องหลัก คือ ประกาศผลแปลงสำรวจปิโตรเลียมรอบ 25 และเปิดสัมปทานปิโตรเลียมน้ำลึกฝั่งอันดามัน รอบที่ 26 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เร่งคลอดแผน PDP ฉบับใหม่และผลักดันหลักเกณฑ์ยื่นของบกองทุนอนุรักษ์ฯ ปี 2569

*หุ้นเด่นวันนี้

– ADVANC ฟินันเซีย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus 348.70 บาท คาดกำไรไตรมาส 4/68 ที่ 1.29 หมื่นลบ. +7% q-q, +39% y-y หนุนจากทั้งรายได้รวมโตแข็งแรงต่อเนื่อง และรับรู้ผลบวกการประมูลคลื่นใหม่เต็มไตรมาส บวกกับการคุมต้นทุนที่ดี หากกำไรไตรมาส 4/68 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรปี 68 อยู่ที่ 4.65 หมื่นลบ. +33% y-y ส่วนปี 69 consensus คาดโตต่อเนื่องอีก +4% y-y เป็น 4.84 หมื่นลบ. ส่วน Dividend Yield คาดจ่ายราว 4.7% ต่อปี

– SCGP (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 22.00 บาท มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/68 คาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก YoY และ 38%QoQ จากการคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษ 400 ลบ.จากค่าความนิยมติดลบ (negative goodwill) 1 พันลบ. หลังการเช้าซื้อกิจการ MYPAK (โรงงานกล่องในอินโดนีเซีย) หนุนให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.3 พันลบ. คาดแนวโน้มอัตรากำไรในไตรมาส 1/69 จะปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง

– KKP (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 74.00 บาท มุมมองเชิงบวกต่อเสถียรภาพการเติบโตของกำไร การบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพหลักดันให้ ROE ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องที่ 8-.7%-9.0%ในปี 68-70 สวนทางกับกลุ่มธนาคารที่คาด ROE จะเริ่มอ่อนตัวลงในปี 69 รวมทั้งคาดผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 6.7-7.4% ในปี 68-69

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)