หุ้นเหมืองสหรัฐฯ ดิ่งแรงหลังรัฐบาลทรัมป์ล้มแผนพยุงราคาแร่สำคัญ เหตุงบไม่พอ–กลไกตลาดซับซ้อน

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมยกเลิกแนวทางเดิมที่เคยให้คำมั่นว่าจะรับประกันราคาขั้นต่ำสำหรับโครงการแร่สำคัญภายในประเทศ โดยแหล่งข่าวระบุว่า การเปลี่ยนท่าทีดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากข้อจำกัดด้านงบประมาณของสภาคองเกรส รวมถึงความซับซ้อนในการกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมในตลาด

ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นการปรับจุดยืนจากคำมั่นที่เคยให้ไว้กับอุตสาหกรรมซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการแข่งขันกับผู้ผลิตจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อีกทั้งยังอาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงห่างเหินจากพันธมิตรในกลุ่ม G7 ที่อยู่ระหว่างการหารือมาตรการพยุงราคาร่วมกัน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านอุปทานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบป้องกันประเทศ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุมกับผู้นำภาคอุตสาหกรรมเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ชี้แจงว่า โครงการใหม่จะต้องสามารถดำเนินงานและอยู่รอดทางการเงินได้ด้วยตนเอง โดยไม่พึ่งพาการแทรกแซงจากรัฐบาลกลาง สะท้อนการให้น้ำหนักกับความสามารถในการแข่งขันตามกลไกตลาด มากกว่าการอุดหนุนราคาจากภาครัฐโดยตรง

แม้รัฐบาลจะเข้าถือหุ้นในบริษัทบางแห่งในช่วงที่ผ่านมา เช่น ลิเทียม อเมริกาส์ คอร์ป (Lithium Americas Corp) และ ยูเอสเอ แรร์ เอิร์ธ อิงค์ (USA Rare Earth Inc) แต่ยังไม่มีบริษัทใดได้รับการรับประกันราคาตามที่เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า โดยผู้นำในอุตสาหกรรมมองว่า การไม่มีราคาขั้นต่ำอาจยังเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนจากภาคเอกชน เนื่องจากจีนสามารถตัดราคาตลาดได้อย่างรุนแรง

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นกลุ่มเหมืองแร่สำคัญร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยหุ้นเอ็มพี แมททีเรียลส์ คอร์ป (MP Materials Corp) ดิ่งลง 10.2%, หุ้นคริทิคัล เมทัลส์ คอร์ป (Critical Metals Corp) ลดลง 8.85%, หุ้นยูเอสเอ แรร์ เอิร์ธ ร่วง 10.48% และหุ้นลิเทียม อเมริกาส์ ปรับตัวลง 4.99%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)