
เจ้าหน้าที่จากสหภาพยุโรป (EU) แสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นหลังจาก EU ลดการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย
เทเรซา ริเบรา รองประธานบริหารคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการเปลี่ยนผ่านที่สะอาด เป็นธรรม และแข่งขันได้ กล่าวเตือนเมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) ว่า EU กำลังพึ่งพาก๊าซ LNG นำเข้าจากสหรัฐฯ “เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
ริเบรามีถ้อยแถลงผ่านวิดีโอในการประชุมด้านพลังงานไฮโดรเจนที่ประเทศสเปน โดยยอมรับว่าการนำเข้าก๊าซ LNG จากสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น มีบทบาทสำคัญในการลดการพึ่งพาก๊าซจากรัสเซีย แต่เตือนว่าประเทศสมาชิกไม่ควรแทนที่การพึ่งพาประเทศหนึ่งด้วยการพึ่งพาอีกประเทศหนึ่ง โดยเรียกร้องให้มีการกระจายแหล่งจัดหาพลังงานให้หลากหลายมากขึ้น และใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจนหมุนเวียน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ EU เพิ่งตัดสินใจทยอยยุติการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียทั้งหมดภายในสิ้นปี 2570 ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ของ EU จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งยกระดับการใช้พลังงานหมุนเวียนและเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศสมาชิก เพื่อลดความเปราะบางด้านพลังงานของ EU
ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ในปี 2568 EU นำเข้า LNG จากสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 58% ของการนำเข้าทั้งหมด เพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2564 ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเตือนว่า หากยุโรปไม่เร่งกระจายแหล่งจัดหาพลังงาน สัดส่วนดังกล่าวอาจพุ่งสูงถึง 80% ภายในปี 2573
แดน ยอร์เกนเซน คณะกรรมาธิการยุโรปด้านพลังงาน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพุธว่า สถานการณ์นี้ถือเป็น “สัญญาณเตือน” โดยระบุว่า EU กำลังพยายามอย่างจริงจังในการกระจายแหล่งจัดหาพลังงาน และย้ำว่า “เราไม่ต้องการแทนที่การพึ่งพาประเทศหนึ่งด้วยการพึ่งพาอีกประเทศหนึ่ง”
ขณะเดียวกัน ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้แสดงความกังวลในทำนองเดียวกัน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ เขากล่าวที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า ยุโรปมีความเสี่ยงที่จะพึ่งพาแหล่งพลังงานจากประเทศเดียวมากเกินไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)





