
โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] เล็งกำไรไตรมาส 4/68 สร้างจุดสูงสุดรายไตรมาสทำ All Time High ราว 7.5-8.0 พันล้านบาท เติบโต y-y โดยหลักมาจากส่วนแบ่งกำไร ADVANC ที่คาดมีผลประกอบการดี โรงไฟฟ้าพลังงานลม BRK2 ในเยอรมนีที่คาดผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในช่วง high season และส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ รับดีมานด์การใช้ไฟสูง โดยเฉพาะจาก Data Center และเพิ่งได้ปรับราคาค่าไฟเมื่อกลางปี 68
แนวโน้มปี 69-70 คาดยังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกำไรที่มีเสถียรภาพทั้งในธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจสื่อสาร โดยเฉพาะในปี 69 จะมีกำลังการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ราว 1,000 เมกะวัตต์ ช่วยหนุนกำไรอีกทางด้วย เหมาะสำหรับถือลงทุนระยะยาว
ช่วงบ่าย 14.58 น.ราคาหุ้น GULF เคลื่อนไหวมาอยู่ที่ 47.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.07%)

นายทรงกลด วงศ์ชัย นักวิเคราะห์จาก บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 4/68 ของ GULF ประมาณ 8 พันล้านบาท (+11% q-q, +13.3% y-y) รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทแข็งค่า 366 ล้านบาท ส่วนกำไรจากการดำเนินงานคาด 7.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% q-q , 3.1% y-y ส่งผลให้ปี 68 มีกำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 2.76 หมื่นล้านบาท (+28% y-y)
ปัจจัยหลักมาจากการรับส่วนแบ่งกำไรจาก บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] ที่มีต้นทุนค่าคลื่นความถี่ลดลง , ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Jackson จากดีมานด์การใช้ไฟฟ้าในสหรัฐเพิ่มขึ้นและได้ปรับขึ้นค่าไฟในช่วงกลางปีที่ผ่านมา และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่มีผลประกอบการดีเนื่องจากเป็นไฮซีซั่น
ส่วนโรงไฟฟ้าหลักทั้ง IPP และ SPP กำไรค่อนข้างทรงตัว q-q และ y-y อาจลดลงเล็กน้อย เพราะค่าไฟของ SPP ปรับลง แต่สัดส่วน SPP คิดเป็นแค่ 14% ของกำลังการผลิตรวม จึงไม่ได้ส่งผลกระทบมาก
“ประเด็นน่าลงทุนสำหรับ GULF จากกำไรมีเสถียรภาพ ทั้งจาก Cash flow ที่มาจากโรงไฟฟ้า และส่วนแบ่งกำไรที่ได้จาก ADVANC ซึ่งถือหุ้นอยู่ 40% ทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้าและธุรกิจสื่อสารมีเติบโตไปพร้อมๆ กัน และมีเสถียรภาพ นี่เป็นประเด็นหลัก ทั้งสองธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฐานะการเงินที่เข้มแข็งหลังควบรวมกิจการ Intuch ทำให้มีศักยภาพระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้”
นอกจากนี้ ธุรกิจอื่นที่ GULF ลงทุน อาทิ Data Center, ท่าเรือ LNG, ท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงธุรกิจของ ADVANC ก็ขยายธุรกิจในส่วน Digital Business น่าจะเสริมศัยภาพการเติบโตในอนาคตได้
แนวโน้มในปี 69 มองว่า GULF ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากธุรกิจของ ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐที่มีดีมานด์ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก Data Center นอกจากนั้น ปีนี้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อีก 1,020 เมกะวัตต์ จะหนุนในแง่กำไร
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิในปี 69-70 จะเติบโต 10%y-y มาที่ 2.98 หมื่นล้านบาท และ 3.29 หมื่นล้านบาทตามลำดับ
บล.เอเซีย พลัส คาดกำไรสุทธิ GULF ไตรมาส 4/68 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.7%qoq มาอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท หนุนจากทั้งรายการพิเศษอัตราแลกเปลี่ยน (Fx) ที่คาดพลิกกลับเป็นกำไรราว 244.1 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 6 ล้านบาทในงวดไตรมาส 3/68 และกำไรปกติที่คาดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 3.2%qoq มาอยู่ราว 7.5 พันล้านบาท ขึ้นทำระดับสูงสุดรายไตรมาสเป็นประวัติการณ์
สำหรับกำไรปกติที่เพิ่มขึ้นงวดนี้ คาดมีแรงหนุนหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ผลประกอบการดีขึ้น QoQ จากรายได้ค่าบริการและยอดขายอุปกรณ์มือถือเติบโต รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม BRK2 ในเยอรมนีที่คาดผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่ช่วง high season ของลม ถึงแม้คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ในสหรัฐฯ จะอ่อนตัวเช่นเดียวกับกลุ่มโรงไฟฟ้าในประเทศไทยที่คาดปริมาณขายไฟฟ้าทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP และ SPP จะลดลงในช่วง low season ของการใช้ไฟฟ้าในไทยก็ตาม โดยรวมแล้วคาดกำไรปกติทั้งปี 68 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.7%yoy และสอดคล้องกับประมาณการที่ฝ่ายวิจัยได้ประเมินไว้
ขณะที่ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 69 ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 10.3%yoy หนุนหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น YoY รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าที่คาดรับรู้โครงการที่ COD ในปี 68 ราว 1.0 พัน MWe ได้เต็มที่ทั้งปี พร้อมโครงการใหม่ๆ ที่คาดจะทยอย COD ตามแผนในปี 69 อีกราว 555 MWe
ช่วงสั้นงวดไตรมาส 1/69 คาดกำไรปกติเติบโตทำ New High ได้ต่อเนื่อง หนุนจากปริมาณขายไฟฟ้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ในสหรัฐฯที่คาดปรับตัวดีขึ้นตามการเข้าสู่ฤดูหนาวและสามารถเดินเครื่องได้มากขึ้นเช่นเดียวกับส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC คาดยังมีรายได้จากการให้บริการที่เติบโต QoQ นอกจากนี้ คาดค่าใช้จ่าย SG&A จะปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติ
มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 69 อยู่ที่ 68.25 บาท/หุ้น คงน้ำหนักการลงทุน Outperform จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่ง ทั้งกำไรปกติยังเติบโตทำ New High ต่อเนื่อง และ backlog ที่รองรับไปอีก 10 ปีข้างหน้า รวมถึงโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องใหม่ๆ เน้นหาจังหวะทยอยสะสมลงทุนรับการเติบโตในระยะยาว
บทวิเคราะห์ของ บล.กรุงศรี ระบุว่า มอง Positive คาดการปกติไตรมาส 4/68 ที่ 7,549 ล้านบาท (+59% y-y, +4% q-q) ทำ ATH ต่อเนื่อง หนุนโดย Equity Income ขาขึ้น (+105% y-y,+6% q-q) จาก ADVANC, Jackson และ BKR2 ส่งผลให้กำไรปี 68 มี Upside ราว3%
ขณะที่ไตรมาส 1/69 คาดกำไรปกติทำ New High ต่อเนื่องแบบขั้นบันไดจาก i) กำไร ADVANC ยังเป็นขาขึ้น ii) การCOD โรงไฟฟ้าโซลาร์รวม 354MW ปลายไตรมาส 4/68 และ iii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่ได้แรงหนุนทั้งค่า CP เพิ่มเป็น 270 เหรียญ/MW-day และ Spark Spread ที่ขยายตัวตามราคาก๊าซ Henry Hub จากสภาพอากาศหนาวผิดปกติในช่วงต้นปี 69
คาดวันที่ 12 ก.พ. GULF รายงานกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 7,549 ล้านบาท (+59% y-y, +4% q-q) เพิ่มขึ้น y-y, q-q ทำ All-time-high ต่อเนื่อง โดยมี Driver คือส่วนแบ่งกำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น (+105% y-y, +6% q-q) ตาม i) ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น (+157% y-y, +5% q-q) หนุนโดย ARPU uplift และการประหยัดต้นทุนคลื่นความถี่หลังการประมูลรอบล่าสุด
ii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่ 351 ล้านบาท พลิกเป็นกำไร (vs.-33 ลบ.ในไตรมาส 4/67) จากผลของการปรับค่า CP ในตลาด PJM สหรัฐจาก 29 เหรียญ/MW-day เป็น 270 เหรียญ/MW-day เต็มไตรมาส iii) ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเยอรมัน BKR2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเด่น (+109% y-y,+544% q-q)
ทั้งนี้ หากกำไรไตรมาส 4/68 เป็นไปตามคาดจะทำให้กำไรปกติงวดปี 68 ของ GULF มี Upside ราว 3%
ประเมินกำไรปกติไตรมาส 1/69 เติบโต y-y, q-q และทำ ATH ต่อเป็นขั้นบันไดจาก i) ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC เป็นขาขึ้นต่อเนื่องตามธีม ARPU Uplift และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ต่ำลง ii) การทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 354MW ในปลายไตรมาส 4/68 iii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson คาดเพิ่มขึ้นทั้งจากค่า CP ที่ปรับขึ้นเป็น 270$/MW-day และค่า EP บนSpark spread โดดเด่นจากราคาก๊าซ Henry Hub เร่งตัวขึ้นรุนแรงจากสภาวะอากาศที่หนาวผิดปกติชั่วคราวในเดือนม.ค.-ก.พ.
คงคำแนะนำ Buy เป็น Top picks ของกลุ่มบน TP26F ที่ 59 บาท โดยมี Catalyst ทั้งระยะสั้น-กลาง ได้แก่ i) โอกาสลงทุนโครงการใหม่ๆ ในฐานะหนึ่งใน Proxy ที่ดีที่สุดสำหรับการรองรับ S-curve ของไทยอย่าง Data Center ii) แนวโน้มผลประกอบการปี 69 เร่งตัวต่อเนื่องเป็นขั้นบันได iii) โอกาสปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็น 2 ครั้งต่อปี
มองเป็นจุดเหมาะสมแก่การ Re-rate Valuation กลับหลังราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับ -1SD ยังไม่สะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมขาขึ้น และ Earnings visibility ที่ชัดเจน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.พ. 69)





