
ผลสำรวจจากเวสต์แพค แบงกิง (Westpac Banking) ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (10 ก.พ.) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียปรับตัวลดลง 2.6% มาสู่ระดับ 90.5 จุด ในเดือนก.พ. ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่าเกณฑ์ 100 จุด สะท้อนว่ากลุ่มคนที่มีมุมมองเชิงลบมีสัดส่วนมากกว่ากลุ่มที่มองในทางบวก
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียปรับตัวลดลง หลังจากธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) กลายเป็นธนาคารกลางยักษ์ใหญ่แห่งแรกที่ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ เพื่อหวังสกัดเงินเฟ้อที่ยังสูงอย่างต่อเนื่อง
แมทธิว ฮัสซัน หัวหน้าฝ่ายคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจมหภาคของเวสต์แพค เปิดเผยว่า การที่ RBA ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ได้สร้างแรงกดดันต่อภาระทางการเงินระลอกใหม่ กระทบการตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ และทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อภาพรวมความเชื่อมั่นยังถือว่าไม่รุนแรงจนเกินไป
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจจากเนชันแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) ที่เปิดเผยในวันนี้เช่นกัน ชี้ให้เห็นว่า ภาวะธุรกิจของออสเตรเลียในเดือนม.ค. ชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากยอดขายและผลกำไรชะลอตัวลง ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต
ผลสำรวจจาก NAB ระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจลดลง 2 จุด สู่ระดับ +7 สวนทางกับที่เพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจซึ่งมักมีความผันผวน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 จุด มาอยู่ที่ +3
การสำรวจดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.85% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 2 ปี เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)





