แคนาดาโวยทรัมป์ หลังขวางเปิดสะพานเชื่อมออนแทรีโอ-มิชิแกน

ผู้นำทางการเมืองและภาคธุรกิจของแคนาดาแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะขัดขวางการเปิดใช้งานสะพานระหว่างประเทศ “กอร์ดี ฮาว” (Gordie Howe International Bridge) ที่กำลังจะสร้างเสร็จ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สะพานดังกล่าวเชื่อมเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอ ของแคนาดา กับเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ของสหรัฐฯ และจะเป็นจุดข้ามแดนแห่งที่ 3 ระหว่างสองเมือง โดยเส้นทางเชื่อมระหว่างสองเมืองนี้รองรับการค้าระหว่างสองประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 25% และเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ของอเมริกาเหนือ

ดรูว์ ดิลเคนส์ นายกเทศมนตรีเมืองวินเซอร์ วิจารณ์ทรัมป์ว่าเพิกเฉยต่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยระบุว่า “เป็นอีกครั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างอุปสรรคขึ้นมาขัดขวางการทำสิ่งดี ๆ ไม่ใช่แค่สำหรับประเทศของเรา แต่สำหรับประเทศของเขาเองด้วย”

สำหรับกรณีที่ทรัมป์อ้างว่าโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าวไม่ได้ใช้สินค้าจากสหรัฐฯ ดิลเคนส์แย้งว่า มีการใช้เหล็กจากสหรัฐฯ ในส่วนของโครงการฝั่งสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน แคนเดซ เลง ประธานและซีอีโอหอการค้าแคนาดา ออกแถลงการณ์เตือนว่า การขัดขวางการเปิดใช้งานสะพานดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อสหรัฐฯ เอง

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของทางแคนาดาเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ในวันจันทร์ (9 ก.พ.) ว่า การก่อสร้างสะพานดังกล่าวดำเนินไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสหรัฐฯ พร้อมกล่าวอ้างว่า ในช่วงรัฐบาลบารัค โอบามา แคนาดาได้รับการผ่อนปรนให้หลีกเลี่ยงข้อกำหนดในการจัดซื้อสินค้าอเมริกันเพื่อใช้ในโครงการนี้

ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า จะไม่อนุญาตให้สะพานเปิดใช้งาน จนกว่าสหรัฐฯ จะได้รับการชดเชยอย่างครบถ้วนสำหรับสิ่งที่ได้สนับสนุนไป พร้อมระบุว่าแคนาดาควรปฏิบัติต่อสหรัฐฯ อย่างเป็นธรรมและให้ความเคารพ และเห็นว่าสหรัฐฯ ควรถือครองกรรมสิทธิ์ในสะพานอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)