น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.81 เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไม่คืบ หวั่นกระทบอุปทาน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันศุกร์ (27 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.81 ดอลลาร์ หรือ 2.78% ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ปิดที่ 72.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงขยายการเจรจาทางอ้อมออกไปจนถึงสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า โอกาสที่อิหร่านจะยอมรับข้อเรียกร้องของรัฐบาลทรัมป์ดูแทบเป็นไปไม่ได้ และมองว่าต้องมีบทสรุปบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งตลาดเชื่อว่าสถานการณ์กำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดนั้น

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ และน้ำมันดิบ WTI ซื้อขายที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. และส.ค. ตามลำดับ และปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้มากกว่า 1%

นักวิเคราะห์อีกรายระบุว่า ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมตลาด และความกังวลกำลังผลักดันราคาน้ำมันในขณะนี้ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจานิวเคลียร์อิหร่านและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

สหรัฐฯ และอิหร่านจัดการเจรจาทางอ้อมที่นครเจนีวาเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากทรัมป์มีคำสั่งเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค

ระหว่างการเจรจา ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ยืนกรานให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์ ส่งผลให้การหารือชะงักงัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงภายหลังจากผู้ไกล่เกลี่ยของโอมานระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้า

ไซยิด บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ทั้งสองฝ่ายเตรียมกลับมาเจรจาอีกครั้ง โดยจะมีการหารือในระดับเทคนิคที่กรุงเวียนนาในสัปดาห์หน้า

นักวิเคราะห์จาก DBS ระบุว่า การเจรจารอบล่าสุดสร้างความหวังบางส่วนต่อโอกาสในการยุติปัญหาอย่างสันติ แต่ความเป็นไปได้ของการโจมตีทางทหารยังไม่ถูกตัดออกไป

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า อิหร่านต้องบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ภายใน 10 ถึง 15 วัน มิฉะนั้นจะเกิดผลลัพธ์ร้ายแรง

นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาน้ำมันได้สะท้อนค่าประกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ราว 8 ถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจกระทบอุปทานในตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของอุปทานโลก

เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความเป็นไปได้ของการโจมตี ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในอาบูดาบีเตรียมเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบ Murban ในเดือนเม.ย. ขณะที่แหล่งข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มการผลิตด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียอาจปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนเม.ย. สำหรับตลาดเอเชียเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของอินเดียซึ่งต้องการทดแทนน้ำมันจากรัสเซีย โดยอาจปรับขึ้นราว 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศผู้ผลิตโอเปกพลัส (OPEC+) มีแนวโน้มพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 137,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือนเม.ย. ในการประชุมวันที่ 1 มี.ค.นี้ หลังจากได้ระงับการเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาสแรกก่อนหน้านี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 69)