หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับฐานต่อเนื่องตามตลาดโลก สถานการณ์ตอ.กลางส่อยืดเยื้อดันน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง

นักวิเคราะห์ฯ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับฐานต่อเนื่องตามทิศทางตลาดโลก หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น กระทบราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง อาจมีแรงซื้อรับหุ้นปันผลช่วยพยุงดัชนี รวมทั้งกลุ่มพลังงานที่จะช่วยประคองดัชนีได้ระดับหนึ่ง โดยให้กรอบแนวรับ 1,440-1,450 จุด และแนวต้าน 1,490-1,495 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีทิศทางปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวันทำการก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่มีความเปราะบางสูง และส่อแววยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้ หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ประเทศอื่น ๆ อย่าง ฝรั่งเศสและเยอรมนีเริ่มมีการเคลื่อนไหวทางทหารเพื่อสนับสนุนสหรัฐฯ เป็นสถานการณ์เชิงลบที่ยังไม่มีท่าทีคลี่คลายในระยะสั้น และยังต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

สำหรับผลกระทบโดยตรงต่อไทยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะมีความยืดเยื้อมากน้อยเพียงใด ประเด็นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และสร้างความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นหากสถานการณ์กินเวลานาน

อย่างไรก็ตามมองว่าการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจไม่ได้รุนแรงมาก เนื่องจากการปรับตัวลดลงของดัชนีในช่วงต้นสัปดาห์ถือเป็นการปรับฐานแบบ 2 เด้ง คือการปรับฐานตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากดัชนีเข้าสู่ภาวะ Overbought มาก่อนหน้านี้ และปัจจัยลบจากสงครามที่เข้ามากระทบอย่างกะทันหัน ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง อาจมีแรงซื้อรับหุ้นปันผลที่ยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย XD และราคาหุ้นปรับลงมาเร็ว ช่วยพยุงดัชนีได้ ประกอบกับหุ้นกลุ่มพลังงานน่าจะช่วยประคองตลาดได้ระดับหนึ่ง

สำหรับประเด็นในประเทศแนะติดตามการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งหากมีความชัดเจนอาจเป็นข่าวดีที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก

โดยให้กรอบแนวรับ 1,440-1,450 จุด และแนวต้าน 1,490-1,495 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (3 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,501.27 จุด ลดลง 403.51 จุด หรือ -0.83%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,816.63 จุด ลดลง 64.99 จุด หรือ -0.94% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,516.69 จุด ลดลง 232.17 จุด หรือ -1.02%
  • ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 55,470.88 จุด ลดลง 808.17 จุด หรือ -1.44%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,469.34 จุด ลดลง 298.74 จุด หรือ -1.16% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,087.63 จุด ลดลง 35.05 จุด หรือ -0.85%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (2 มี.ค.) 1,466.51 จุด ลดลง 61.75 จุด (-4.04%) มูลค่าซื้อขาย 113,077.79 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (2 มี.ค.) 670.50 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (3 มี.ค.) พุ่งขึ้น 3.33 ดอลลาร์ หรือ 4.67% ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (3 มี.ค.) อยู่ที่ 7.68 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.64 แนวโน้มอ่อนค่า ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ตอ.กลางอาจยืดเยื้อ
  • นายกฯ ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต วันพุธนี้เรียก “พลังงานพาณิชย์” หารือตรึงราคา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ พณ.ประเมินด้านการค้ามีผลกระทบไม่มาก เตรียม 6 มาตรการรับมือกำกับดูแลสินค้า “กรมการค้าภายใน” งัด กม.ป้องกันฉวยโอกาสเอาเปรียบ ปชช. ขออย่าตื่นตระหนก สินค้ามีเพียงพอ “พลังงาน” สั่งตรึงดีเซล 7-10 วัน ย้ำไทยมีน้ำมันสำรอง 60 วัน ไม่ต้องแตกตื่น ลั่นไม่สมเหตุสมผล! เชลล์คาลเท็กซ์ขึ้นราคาดีเซล 4 บาท/ลิตร ยันใช้กลไกกองทุนตรึงอุ้ม ปชช.ผ่านพ้นวิกฤต หากจำเป็นจะทยอยปรับครั้งละ 50 สตางค์
  • ธปท.เกาะติดผลกระทบสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่งสูง 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล กดจีดีพีลดลง 0.15% ดันเงินเฟ้อพุ่ง 0.5% กระทบค่าครองชีพประชาชน ชี้ลดดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมา หวังประคองเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง มีเวลาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ยันดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจแต่ต้องช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นด้วยเพื่อไม่ให้กระทบย้อนกลับมากระทบเสถียรภาพระยะยาว
  • สงครามตะวันออกกลาง กระทบเรือขนส่งสินค้าเส้นทางเอเชีย-ยุโรป สรท.เผยเส้นทางคลองสุเอซต้องไปอ้อม แหลมกู๊ดโฮป แนะผู้ส่งออกเผื่อเวลาขนส่งเพิ่ม 2 สัปดาห์ “หอการค้า” เผยบางสายเดินเรือระงับ Booking เส้นทาง อ่าวเปอร์เซีย ทะเลแดง คลองสุเอซ เก็บค่าธรรมเนียมพิเศษพุ่ง 2 พันดอลลาร์ต่อตู้ “ศุภจี” ห่วงค่าขนส่งพุ่ง ประสานสายเดินเรือ เกาะติดประเมินสถานการณ์
  • นายกสมาคม โรงแรมไทยหวั่น “สงครามอิหร่าน” สะเทือน ยอด “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทย ปี 69 ลุ้น ทะลุ 36 ล้านคน ฝ่าด่าน “ภูมิรัฐศาสตร์” ป่วนโลก แนะรัฐบาลใหม่ เร่งออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซัน ชดเชยรายได้รวม ที่หายไป ด้าน “เซ็นทารา-ไมเนอร์” ยันเปิดให้บริการโรงแรมทุกแห่งในตะวันออกกลางตามปกติ-ดูแลแขกใกล้ชิด
  • กกต.ประกาศรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อวันนี้ พร้อมขีดเส้น รับหนังสือรับรองต้องเสร็จในวันที่ 6 มี.ค. 69 ไม่กังวลถูกฟ้องร้อง ยันทำตามกฎหมาย และจะสู้คดีต่อไป “อนุทิน” สาธุ ลั่นจากนี้ ทุกอย่างเร็วแน่ แต่ยับอุบสูตรตั้งรัฐบาล จะมีกล้าธรรมหรือไม่ ไม่ตอบนั่งควบ รมว.กลาโหม ตบมุกไม่มี “บิ๊กแดง” มีแต่ “บิ๊กอ้วน”
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา ในอัตรา 15% เท่ากันทั่วโลก โดยที่ประชุมได้พิจารณาเรื่อง การประเมินผลกระทบจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย, การมองหาโอกาสของประเทศไทยที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว และการกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาและท่าทีของประเทศไทย
  • ‘ศุลกากร’ เตรียมหารือคลังชงทบทวนปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย รับเล็งเสนอยกเครื่องเก็บอัตราเดียวทุกสินค้า
  • “นัทรียา” เปิดตัวเลขเดือน ม.ค.-มี.ค. ต่างชาติเข้าไทยกว่า 6.6 ล้านคน สร้างรายได้ 3.26 แสนล้านบาท จีนครองแชมป์ ส่วนสถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบนักท่องเที่ยวตลาดตะวันออกกลางร่วงกว่า 60% ยุโรปที่ลดลง 25%

หุ้นเด่นวันนี้

  • PTTEP (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 153.00 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ PTTEP จะเรมิ่ เสนอโครงการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ final investment decision สำหรับโครงการเช่น Algeria HBR, Myanmar M3 และโครงการในมาเลเซีย รวมถึงจะมีการเจรจาต่อสัญญาสัมปทานใหม่ของ Yadana ในพม่าเช่นกัน ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มกาลังการผลิตของ PTTEP ได้เป็น 1mnbbl/day จาก ประมาณ 700KBD ในปัจจุบันและจะเพิ่ม P1 reserve เป็น 7 ปี ท้ายที่สุดเราคาดว่า PTTEP จะยังสามารถจ่ายปันผลได้ที่ระดับ 56-60% payout ratio หรือคิดเป็น dividend yield ราว 7.5% ได้ในปี 2569
  • BDMS (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท จากข่าวบริษัทประกันมีแผนยกเลิกจาหน่ายกรมธรรม์เหมาจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป คาดผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลจำกัด โดยฉบับใหม่จะบังคับใช้ Copayment โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เกินความจำป็นเช่นในฉบับหลัง 31 มี.ค. 2568 ทั้งนี้ไม่มีผลย้อนหลังต่อฉบับที่มีการจำหน่ายออกไปก่อน 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)