
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า เช้านี้ ได้มีการหารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในเรื่องมาตรการต่างๆเกี่ยวกับราคาน้ำมันไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดีเซล LPG และ LNG เนื่องจากประชาชนเกิดความกังวล นายกรัฐมนตรีจึงได้เรียกประชุม โดยมีข้อสรุปมาตรการที่จะเข้ามาทำการเสริมหากไม่สามารถนำน้ำมันดิบออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้จะมีน้ำมันจากแหล่งใดที่จะมาแทน และจะมีการนำไบโอดีเซล หรือ เอทานอลมาผสมเพิ่มขึ้นอย่างไรเพื่อเป็นการยืดระยะเวลา
รวมถึงหารือถึงการตรึงราคาที่นายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศว่าจะมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้วประมาณ 9-10 วัน เหลืออีก 5-6 วัน แต่สำหรับราคาน้ำมันเบนซิน ยังไม่มีการพูดถึงการตรึงราคา โดยกระทรวงพลังงานก็ได้นำเงินกองทุนน้ำมันเข้าไปอุดหนุนไม่ให้ปรับขึ้นราคาไปมาก อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดความรุนแรงยังไม่มีข้อยุติ ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องประกาศขึ้นราคา แต่จะขึ้นเป็นสเต็ป ไม่ขึ้นทีเดียว แต่จะเป็นในลักษณะการทยอยขึ้นตามกลไกของผู้ค้าน้ำมัน
นายพิพัฒน์ ยังระบุอีกว่า ในปัจจุบันความตื่นตระหนกของผู้ใช้น้ำมันที่ไปรอตามสถานีบริการน้ำมันอย่างมากมาย ขอให้แจ้งให้ทราบว่าน้ำมันไม่ได้ขาด ขอให้กลับสู่สภาวะปกติ เพราะฉะนั้นขอทุกคนอย่ากังวลว่าน้ำมันจะหมดสต๊อก ขอยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนแน่นอน ส่วนภาคอุตสาหกรรมที่เคยซื้อน้ำมันจากจ็อบเปอร์ ขอให้รวมรวมบิล 2 เดือนย้อนหลังเพื่อขอซื้อน้ำมันในราคาที่ประกาศจากบริษัทแม่ผู้ขายน้ำมัน มิเช่นนั้นจะต้องซื้อในราคาที่ลอยตัว
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า มาตรการที่ประกาศไปแล้วคือระงับการส่งออก ยกเว้นสปป.ลาวและเมียนมา ขณะที่ให้เพิ่มการสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3%

และในวันนี้จะมีการออกมาตรการเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 เพื่อช่วยลดการใช้ตัวเนื้อดีเซลลง และดูดซับผลผลิตปาล์มที่กำลังจะออกสู่ตลาด โดยจะมีผลในวันที่ 14 มี.ค.นี้ พร้อมทั้งศึกษาเพิ่มเติมว่าจะสามารถส่งเสริม B10 และ B20 ได้อย่างไร เนื่องจากรถยนต์บางค่ายอาจยังไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนการตรึงราคาดีเซลจะรอให้ครบ 15 วันก่อนที่จะไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ส่วนน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ที่ปัจจุบันมีการจำหน่ายในส่วนผสมเอทานอลที่หลากหลายอยู่แล้ว ทั้ง E10 E20 และ E85 ก็จะมีมาตรการส่งเสริมให้ใช้มากขึ้น โดยผ่านราคาเป็นแรงจูงใจ ซึ่งปัจจุบันราคา E10 กับ E20 ห่างกันประมาณ 2 บาท จะเพิ่มขึ้นให้เป็น 3 บาท
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน จะประกาศการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ต่อไปอีก 2 เดือนสิ้นสุดเดือน พ.ค.69 จากประกาศเดิมที่จะหมดในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าราคาก๊าซหุงต้ม จะไม่มีการปรับขึ้นจนถึงเดือนพฤษภาคม จากนั้นจึงจะมาพิจารณาสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง
รมว.พลังงาน ยืนยันว่า สำหรับก๊าซธรรมชาติที่จะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าขอให้ความมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการได้ไม่ขาดแคลนแน่นอน โดยในช่วง 2 เดือนนี้ มี.ค.และ เม.ย.เรือส่งก๊าซ 5 ลำจากการ์ตาได้ออกมาได้แล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 3 ลำที่ยังไม่ได้ออกมานั้น กระทรวงพลังงานได้ให้ทาง ปตท.ไปหาแหล่งอื่นทดแทน ปัจจุบันยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำจะเป็นผู้ค้าอีก 1 รายที่กำลังรอการยืนยัน เชื่อว่าก๊าซ LNG ล็อตนี้จะมาทดแทนในช่วง 2 เดือนนี้ได้แน่นอน และส่วนเรือของกาตาร์ก็ไม่ได้ยกเลิกหากออกมาได้ก็จะมาเติมอีกทางหนึ่ง
ขณะเดียวกันในทางคู่ขนานกัน คือ ในพื้นที่อ่าวแหล่งก๊าซ JDA (Joint Development Area) หรือพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียก็ขอให้ผลิตก๊าซเพิ่ม ซึ่งทางมาเลเซียยืนยันว่าจะผลิตเพิ่มให้กับไทย รวมทั้งให้รับซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำเพิ่มจาก สปป.ลาว และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน
นอกจากนั้น กระทรวงพลังงานจะนำเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ พร้อมทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการให้เริ่มการประหยัดพลังงาน เช่น ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศา และการแต่งกายไม่ต้องผูกไทด์ใส่สูท ปิดไฟที่ไม่จำเป็น work from home ใช้การประชุมออนไลน์แทน และขอความร่วมมือกับทางผู้ค้าน้ำมันที่มีสถานีบริการน้ำมันให้ส่งเสริมในเรื่องของการตรวจสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ให้กับประชาชนที่จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มาก
นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังเน้นการรณรงค์และขอความร่วมมือในการประหยัดพลังงาน ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรการภาคบังคับ อย่างเข่น กำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หรือปิดห้างสรรพสินค้าเร็วขึ้น เพราะอาจเกิดความแตกตื่น ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและระบบเศรษฐกิจ หรือหากจะให้ทุกคน WFH ทั้ง 100 % ก็จะไม่เกิดการเดินทาง ไม่เกิดการการใช้จ่ายในร้านค้า ดังนั้น การออกมาตรการต้องดูให้รอบด้าน
ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันขณะนี้ นายอรรถพล ยืนยันว่า เป็นบทบาทและหน้าที่ของกองทุนน้ำมันที่จะเข้ามาช่วยดูแลในสภาพราคาน้ำมันที่ผันผวน และกองทุนน้ำมัน เคยติดลบสูงสุด 120,000 ล้านบาท ซึ่งโชคดีว่าก่อนเกิดเหตุการณ์เป็นบวกอยู่เล็กน้อย เพราะฉะนั้นสถานภาพปัจจุบันติดลบไม่มาก ซึ่งในวันนี้ได้มีการหารือกับเลขาธิการกฤษฎีกาเพื่อเตรียมการไว้หากจำเป็นต้องออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เหมือนในอดีต
ส่วนประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมัน นายอรรถพล ยืนยันว่า ขึ้นอยู่กับสงคราม ในระดับนี้เป็นไปได้ทั้งบวกและลบ เนื่องจากตัวน้ำมันดิบขึ้นมาเป็น 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นมา 150 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่อาจจะมีข่าวดีตรงที่ขณะนี้ประเทศที่มีสำรองน้ำมันจำนวนมากเริ่มที่จะมีการทยอยประกาศว่าจะนำน้ำมันสำรองออกมาใช้ เชื่อว่าจะช่วยพยุงความผันผวนของราคาได้
ด้านความเป็นไปได้ในการซื้อน้ำมันจากแหล่งในรัสเซียนั้น นายอรรถพล ยืนยันว่า การซื้อขายโดยเฉพาะของ ปตท.พยายามหาจากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจากอเมริกา แอฟริกา มาเลเซีย ออสเตรเลีย ซึ่งรัสเซียถือเป็นอีกแหล่งหนึ่งแต่ต้องดูให้ดี เพราะอาจเสี่ยงขัดต่อมาตรการคว่ำบาตร และเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ ต้องดูให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น
ขณะที่นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การกักตุนสินค้ามีบทลงโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาทหรือทั้งจำ ทั้งปรับ โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการมาขอปรับขึ้นราคาสินค้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)




