
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 32.44 บาท/ดอลลาร์
โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่โดยรวมยังคงเป็นการเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ที่มีจังหวะย่อตัวลงบ้าง หลังบรรดาผู้เล่นในตลาดเริ่มทยอยเปิดรับความเสี่ยง ตามรายงานข่าว ว่า เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนสามารถเดินทางผ่านช่องแคบ Hormuz ได้
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทนั้น ยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อได้ แต่การเคลื่อนไหวของเงินบาท ยังคงผันผวนสูงกว่าปกติ อย่างมีนัยสำคัญ ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม ได้ หากนักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง
“แต่แรงขายอาจเริ่มชะลอลงได้ หากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายลง และอาจทำให้นักลงทุนต่าง ชาติ เริ่มกลับมาสนใจสินทรัพย์ไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของพันธบัตรไทย” นายพูน ระบุ
ปัจจัยวันนี้ ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ และยอดการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็น ต้น
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.55 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.39 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 159.25/29 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1490 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1450/1452 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 32.473 บาท/ดอลลาร์
“รัฐบาล” จับตาสงครามตะวันออกกลางขยายวง-ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันสูงต่อเนื่อง หลังโครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน ถูกโจมตี จ่อขยับเพดานดีเซลจาก 29.44 บาท ค่อยเป็นค่อยไป “สหพันธ์ขนส่ง” เรียกร้อง ตรึงดีเซล 30 บาท ต่อ 1 เดือน ชงลดภาษีดีเซล 3 เดือน ส.อ.ท.หวังรัฐช่วยดูแลต้นทุนธุรกิจ
ประธานสภาฯ คนใหม่ โสภณ ซารัมย์ จากภูมิใจไทย ย้ำถึงความเร่งด่วน ที่ประเทศควรมีผู้นำรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดย เร็ว ก่อนที่จะจรดปากกาลงนาม ออกหนังสือเชิญ “สส.” ทั้ง 498 คน ร่วมประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันพฤหัสฯ 19 มี.ค. นี้
ภูมิใจไทย-ประชาชน เสนอชื่อแคนดิเดต “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ชิงนายกฯ ประธานสภาฯ นัดโหวต 19 มี.ค. “พริษฐ์” เผย ปชน.เสนอชื่อแข่งตามระบบรัฐสภา ด้านปม “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” จับตา 18 มี.ค.ศาลรัฐธรรมนูญหารือ พิจารณาคำร้องผู้ตรวจการแผ่น ดิน
“บีโอไอ” มองบวกชี้ใช้ข้อดีของสงครามตะวันออกกลางเป็นจังหวะสร้างความสำคัญของเมืองไทยในฐานะฐานการผลิต ปลอดภัย เตรียมยื่นการบ้านให้รัฐบาลชุดใหม่ สู้ศึกชิงเงินทุนโลกเข้าไทย โดยการขอรับการลงทุนที่สูงสุดในประวัติการณ์ปีที่ผ่านมา มีเงิน จริงเข้ามาแล้วแสนล้าน คาดปีนี้มาอีกแสนล้าน
“เกียรตินาคินภัทร” เปิดฉากทัศน์ “เศรษฐกิจไทย” ชี้เสี่ยงเผชิญภาวะถดถอย เซ่นพิษปมสงครามยืดเยื้อจับตา “ฮอร์มุซ” ปิดตาย ดันราคาน้ำมันพุ่ง 120 ดอลลาร์ ฉุด “จีดีพี” ไม่ถึง 0.7% ปีนี้
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (16 มี.ค.) เนื่องจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงิน ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจาก สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
นักลงทุนติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดของสงครามในอิหร่าน นอกจากนี้ การปรับตัวลงของราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยหนุน ตลาด แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงไม่แน่นอนก็ตาม
ธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกจำนวน 8 แห่งจะจัดการประชุมในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลาง ยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางแคนาดา ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ธนาคารกลางออสเตรเลีย และ ธนาคารกลางจีน
ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าเฟดจะเลื่อนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ออกไปหลังเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเดือนก.ค.นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี นี้ รวมทั้งจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ., ยอดสั่งซื้อ ภาคโรงงานเดือนม.ค., สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA), ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีภาคการผลิตเดือนมี.ค. และ ยอด ขายบ้านใหม่เดือนม.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





