
ผลการศึกษาครั้งใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์เดอะแลนซิต (The Lancet) ดับความหวังของผู้ที่เชื่อมั่นในสรรพคุณของกัญชา โดยระบุเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่า ยารักษาโรคที่มีส่วนผสมของกัญชาแทบไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาความผิดปกติทางจิตและอาการติดสารเสพติด ไม่ว่าจะเป็นโรควิตกกังวล โรคจิตเภท ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) หรือแม้แต่ภาวะติดสารโอปิออยด์
ผลการศึกษาดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่สารสกัดจากกัญชา (Cannabinoids) กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ ที่ผู้ป่วยมักนำมาใช้จัดการกับความเครียด อาการนอนไม่หลับ หรือ PTSD โดยทีมวิจัยได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกรวม 54 รายการ (ผู้เข้าร่วม 2,477 คน) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2523 ถึงพ.ค. 2568
ยิ่งไปกว่านั้น คณะผู้วิจัยยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่สำคัญของวงการแพทย์ว่า ปัจจุบันยังไม่มีการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ที่นำสารสกัดเหล่านี้มาประเมินผลเพื่อรักษาโรคซึมเศร้า
แจ็ค วิลสัน ผู้เขียนหลักจากศูนย์มาทิลดา (The Matilda Centre) มหาวิทยาลัยซิดนีย์ อธิบายว่า แม้ผู้ป่วยบางรายอาจใช้แล้วรู้สึกว่าอาการดีขึ้นจริง ๆ แต่เมื่อประเมินจากหลักฐานในภาพรวมแล้ว ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสนับสนุนให้นำยาดังกล่าวมาใช้รักษาเป็นกิจวัตร
อย่างไรก็ดี กัญชายังพอมีประโยชน์ทางคลินิกอยู่บ้างในบางกลุ่มอาการ เช่น พบว่าการใช้สาร CBD ร่วมกับ THC (สารที่ทำให้เกิดอาการเมา) ช่วยลดอาการอยากและปริมาณการเสพในกลุ่มผู้ที่ติดกัญชาได้ รวมถึงช่วยลดความรุนแรงของอาการกล้ามเนื้อกระตุก (Tic) ในผู้ป่วยกลุ่มอาการทูเร็ตต์ (Tourette’s syndrome)
นอกจากนี้ ยารักษาโรคที่มีส่วนผสมของกัญชายังมีแนวโน้มช่วยบรรเทาอาการในผู้ป่วยออทิสติกบางประการ และช่วยให้ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับพักผ่อนได้นานขึ้น กระนั้น วิลสันได้เน้นย้ำว่า คุณภาพของงานวิจัยที่นำมารองรับผลดีในกลุ่มออทิสติกและอาการนอนไม่หลับนั้น ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
ทีมผู้วิจัยระบุว่า วงการแพทย์จำเป็นต้องเดินหน้าศึกษาวิจัยกัญชาทางการแพทย์ให้ลึกซึ้งและมีมาตรฐานสูงขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขนาดกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนถึงสรรพคุณในการรักษา โดยเฉพาะกับกลุ่มโรคที่ยังมีทางเลือกทางการแพทย์จำกัดอยู่ในปัจจุบัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





