
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ ให้ร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ตอกย้ำเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการผลักดันให้ชาติพันธมิตรด้านความมั่นคงช่วยสหรัฐฯ รักษาความปลอดภัยในเส้นทางน้ำสายสำคัญนี้
สำนักงานของโช ฮยอน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รูบิโอได้ร้องขอให้รัฐบาลเกาหลีใต้ร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างการพูดคุยกันทางโทรศัพท์กับโชเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.)
แถลงการณ์ระบุว่า “รมว.รูบิโอได้เน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคยในการรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาวและเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่เศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลก”
เกาหลีใต้ต้องนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ โดยราว 70% ของการขนส่งน้ำมันต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่ถูกปิดลงในทางปฏิบัติหลังสถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พันธมิตรของสหรัฐฯ ทั้งในยุโรปและเอเชียต่างพยายามหลีกเลี่ยงข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ช่วยเปิดช่องแคบซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก เนื่องจากความกังวลว่าอาจถูกลากเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของเขา ในการเร่งขับเคลื่อนการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยกล่าวว่า “เกาหลีใต้นำเข้าน้ำมันและพลังงานในสัดส่วนที่สูงมากจากช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาไม่ควรจะทำเพียงแค่กล่าวขอบคุณเรา แต่ควรจะให้ความช่วยเหลือเราด้วย” และ “สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือ พวกเขาดูไม่มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยเลย”
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้ ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ยังคงมีกองกำลังสหรัฐฯ ประจำการอยู่ถึง 28,500 นาย แสดงท่าทีระมัดระวังต่อการส่งเรือไปยังช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุเพียงว่า รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องของทรัมป์ ท่ามกลางรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังโยกย้ายยุทโธปกรณ์ป้องกันทางอากาศบางส่วนจากเกาหลีใต้ไปยังตะวันออกกลาง แม้ว่าเกาหลีเหนือจะยังคงเดินหน้ากดดันด้วยการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องก็ตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





