
สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากทางการญี่ปุ่นในวันนี้ (17 มี.ค.) ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เตรียมบรรลุข้อตกลงในโครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมต่อเรือมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเซกเตอร์ที่ทั้งสองประเทศตั้งเป้าเสริมศักยภาพอย่างหนัก หลังเผชิญกับการขยายอิทธิพลอย่างต่อเนื่องของผู้ผลิตจากจีน
แหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการระหว่างที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ในการเดินทางเยือนวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) โดยทั้งสองชาติจะร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรม
แหล่งข่าวเผยว่า ทั้งสองฝ่ายอาจร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI ในการเชื่อมแผ่นเหล็กเพื่อประกอบเรือโดยอัตโนมัติ
ปัจจุบัน จีนครองส่วนแบ่งการตลาดในการต่อเรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยได้รับอานิสงส์จากต้นทุนแรงงานที่ต่ำและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติ
สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตระหนักถึงความสำคัญด้านความมั่นคงของการขนส่งทางเรือ โดยได้ตกลงร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตของอู่ต่อเรือ เพิ่มการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ ตลอดจนร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์ได้ให้คำมั่นในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมต่อเรือของสหรัฐฯ แต่อุตสาหกรรมนี้ยังถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลของทาคาอิจิให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาอู่ต่อเรือจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศส่งเสริมการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนรวมมูลค่า 1 ล้านล้านเยน (6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมต่อเรือ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตต่อปีให้เป็นเท่าตัว หรือประมาณ 18 ล้านตัน ภายในปี 2578
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





