
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเมื่อวันอาทิตย์ (5 เม.ย.) โดยน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคาร ไม่เช่นนั้นอาจเผชิญการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญของประเทศ
ข้อมูลตลาดระบุว่า น้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.35% ปิดที่ 114.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 1.72% อยู่ที่ 110.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social เตือนว่า อิหร่านจะต้องอยู่ในนรก หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่โจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญของประเทศ ก่อนจะระบุเวลาเป็นวันอังคาร 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดตายจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันโลกหยุดชะงักรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ราคาน้ำมันดิบ น้ำมันเครื่องบิน ดีเซล และเบนซิน ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เกิดสงคราม
บริษัทวิเคราะห์ TD Securities คาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. จะมีน้ำมันดิบสูญเสียราว 600 ล้านบาร์เรล และน้ำมันกลั่นประมาณ 350 ล้านบาร์เรล รวมเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล
ขณะที่ Rapidan Energy ประเมินว่าการสูญเสียน้ำมันและผลิตภัณฑ์พลังงานรวมจะอยู่ที่ 630 ล้านบาร์เรล ภายในสิ้นเดือนมิ.ย. แม้ว่าจะมีการปรับเส้นทางส่งน้ำมันผ่านท่อ การปล่อยสำรองฉุกเฉิน และการลดสต็อก
ด้านกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) มีมติเห็นชอบเมื่อวันอาทิตย์ เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือนพ.ค. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าน้ำมันเหล่านี้จะเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างไร หากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดตายจากอิหร่าน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 เม.ย. 69)





