เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน 2” ชู 5 เสาหลัก คาดแถลงต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย.

รัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นวันที่ 9-10 เม.ย.69 หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันนี้

สำหรับคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา มีความยาวทั้งหมด 21 หน้า ครอบคลุมนโยบายทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ 1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ 2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3.นโยบายด้านสังคม 4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

นโยบายด้านเศรษฐกิจ

1. สร้างโอกาสและเริ่มต้นการเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนไทย

  • เร่งจัดการภาระที่บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งต้นและไปต่อได้ โดยการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จและเป็นองค์รวม
  • สนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยีตามความต้องการของแต่ละกลุ่ม อาทิ การดำเนินโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ควบคู่กับการพัฒนายกระดับทักษะที่จำเป็น และทักษะแห่งอนาคต
  • การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ธุรกิจและแหล่งเงินทุนในระบบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงโครงการภาครัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะสินเชื่อทางการเงินบนต้นทุนที่เหมาะสม
  • ส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่

2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพการเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

  • ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมถึงคนไทยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจดิจิทัล
  • ปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและการปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
  • เพิ่มบทบาทภาคเอกชน และเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  • ยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากล

3. ด้านการค้า เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า

  • สร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากล, บริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มสมดุลเชิงโครงสร้างทางการค้า ส่งเสริมการค้าภาคบริการ จัดทำกรอบข้อตกลงการค้าภาคบริการกับประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้างการค้าของประเทศที่มีความหลากหลาย และมีภูมิคุ้มกันจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

4. ด้านการเกษตร จะเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ Big data และ AI ในการวางแผนการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างเสถียรภาพและยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร และอาหารไทยให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

5. ด้านการท่องเที่ยว จะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง โดยปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ พัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการเดินทาง 365 วัน ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมดูแลอย่างยั่งยืน สนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว

นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

  • เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก รัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศที่ดำเนินไปในทุกมิติครอบคลุมทุกทิศทางและไปให้ไกลกว่าประเทศไทย (Beyond Thailand) เพื่อแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์
  • เสริมสร้างเสถียรภาพ โดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้ง และรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว กระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจขนาดกลาง และพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่วงดุลระหว่างขั้วอำนาจต่าง ๆ
  • ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค
  • มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 2544) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  • บูรณาการการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง และปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเข้มข้น ไม่สนับสนุนให้การพนันทุกชนิดเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย รวมถึงการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬาและสันทนาการ รวมทั้งจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพนัน เพื่อควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้ได้มากที่สุด
  • ทบทวนนโยบายการตรวจลงตราเข้าเมือง (Free Visa) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมถึงการฟอกเงิน และทุนเทา

นโยบายด้านสังคม

  • เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
  • พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีที่ประชาชนสามารถเข้าถึง เพื่อเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ในแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ปรับหลักสูตรการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่น และสอดรับการแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที (Skill Bridge) เมื่อสำเร็จการศึกษา
  • พัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย
  • ปรับปรุงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและเชื่อมโยงข้อมูลคนไทย สิทธิการรักษาพยาบาล และประวัติการรักษาพยาบาลเข้าด้วยกันภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัด
  • ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมที่สามารถรองรับกับรูปแบบการจ้างในเศรษฐกิจสมัยใหม่ และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบประกันสังคม
  • ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการแพทย์มุ่งเป้าการใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์อาทิ การแพทย์ทางไกล ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแพทย์แผนไทย การวิจัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์

นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม

  • บริหารจัดการน้ำ และป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเร่งรัดการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้ AI ในการวิเคราะห์ พยากรณ์ ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและการพยากรณ์อากาศทั้งระบบ ให้มีความแม่นยำระดับตำบล พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ครอบคลุมประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อสร้างหลักประกันและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
  • ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
  • ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ควบคู่กับการวางรากฐานการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี
  • ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้รองรับสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง ระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน (Direct PPA) สนับสนุนให้มีการผลิตไฟฟ้าโดยผู้บริโภค (Prosumer) พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)
  • ดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน/ชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง และอุตสาหกรรม
  • จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากลและผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว อาทิ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. … จัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการให้สินเชื่อทางการเงินสีเขียวเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ

นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

  • ราชการทันใจ มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่ “ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และผลักดันการเปิดเผยข้อมูลเปิดของภาครัฐ
  • ปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การดำรงชีวิต และการประกอบธุรกิจ ลดต้นทุนและภาระแก่ประชาชน และผู้ประกอบการ อันจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม
  • เร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี
  • แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียว
  • แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการทางจริยธรรม และประพฤติมิชอบ เพื่อให้ปลอดจากการทุจริต ปฏิรูประบบกระบวนการอนุมัติอนุญาต ให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ลดขั้นตอนและดุลพินิจที่ไม่จำเป็น รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ OECD

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 เม.ย. 69)