
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ลงเหลือ 4.7% ในปี 2569 และ 4.8% ในปี 2570 เนื่องจากคาดว่าตลาดพลังงานจะยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะชะงักงันอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ADB เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจฉบับล่าสุดซึ่งมีการเผยแพร่ในวันพุธ (29 เม.ย.) โดยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุดนี้ลดลงจากการคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5.1% ทั้งในปี 2569 และ 2570 เนื่องจากขณะนี้ ADB คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2569 และ 80 ดอลลาร์ในปี 2570 ซึ่งสูงกว่าระดับเฉลี่ยก่อนเกิดความขัดแย้งที่ 69 ดอลลาร์ เนื่องจากคาดว่าอุปทานน้ำมันจะยังคงอยู่ในภาวะชะงักงันจากผลกระทบของความขัดแย้งดังกล่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ADB ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงมะนิลา ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สู่ระดับ 5.2% ในปี 2569 และ 4.1% ในปี 2570 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ระดับ 3.6% และ 3.4% ตามลำดับ
นอกจากนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
“เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เครือข่ายพลังงานและการค้าโลกอยู่ในภาวะชะงักงันเชิงระบบและกินเวลายาวนาน ไม่ใช่แค่ความผันผวนชั่วคราว” มาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุ
ส่วนในปี 2568 ที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 5.4% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.0%
ADB ระบุว่า หากสถานการณ์ความรุนแรงทางทหารในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมันเฉลี่ยในปีนี้ก็อาจพุ่งขึ้นสู่ระดับประมาณ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 140 ดอลลาร์ในปี 2570 ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงเหลือ 4.2% ในปีนี้ และ 4.0% ในปี 2570
ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์เลวร้ายขั้นรุนแรง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับ 7.4% ในปี 2569 และ 5.7% ในปี 2570
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 69)





