น้ำมัน WTI ปิดบวก 15 เซนต์ ตลาดจับตาสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากมีรายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้บ้างแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็มีรายงานการโจมตีเรือลำหนึ่งและมีการยึดเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการไหลเวียนของอุปทานพลังงานในช่วงสงครามอิหร่าน

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 101.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดที่ 105.72 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านได้เริ่มอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติจีนบางลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยก่อนที่สำนักข่าว Fars จะออกมาเปิดเผยนั้น มีรายงานว่าเรือขนาดใหญ่ของจีนที่บรรทุกน้ำมันดิบ 2 ล้านบาร์เรลจากอิรักสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว หลังจากติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียมานานกว่าสองเดือน ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน

ขณะที่ LSEG เปิดเผยข้อมูลการเดินเรือในวันพฤหัสบดีว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบติดธงปานามาของบริษัท เอเนออส (Eneos) ซึ่งเป็นกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของญี่ปุ่น แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ โดยถือเป็นเรือลำที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นซึ่งผ่านช่องแคบดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เรือสินค้าของอินเดียที่บรรทุกปศุสัตว์จากแอฟริกาไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ถูกโจมตีและจมลงเมื่อวันพุธที่บริเวณนอกชายฝั่งโอมาน นอกจากนี้ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางทะเลของอังกฤษ (UKMTO) รายงานว่า “บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต” ได้ขึ้นไปบนเรือลำหนึ่งที่ทอดสมออยู่นอกท่าเรือฟูไจราห์ของ UAE และบังคับให้เรือมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน

ด้านทำเนียบขาวเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยระบุว่าผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดเพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้อย่างเสรี นอกจากนี้ ปธน.สียังกล่าวว่า “การฟื้นฟูจีน” และ “การทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” นั้น สามารถดำเนินควบคู่กันไปได้

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยราว 10% ของการนำเข้าน้ำมันของจีนมาจากอิหร่าน และมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากตะวันออกกลาง

อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยการปิดล้อมดังกล่าวทำให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกหยุดชะงักลง ซึ่งในช่วงก่อนเกิดสงครามนั้น มีการขนส่งน้ำมันดิบโลกประมาณ 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)