
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยประชาชนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาการลักลอบเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ และการจัดให้มีการเล่นพนันทุกรูปแบบ
ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกวาดล้าง ดำเนินคดี และเสนอปิดกั้นเว็บไซต์การพนันทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะมาถึงนี้ มีความเสี่ยงที่จะมีการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลและการหลอกลวงของเว็บไซต์พนันผิดกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมประเภทอื่นเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ที่เกิดจากการพนัน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างสร้างสรรค์ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการพนัน ดังนี้
1. หยุดเปิดเว็บพนันและเป็นเจ้ามือ ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนันฟุตบอล หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการสืบสวน ปราบปราม จับกุม และยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด
2. หลีกเลี่ยงการเล่นพนันฟุตบอลทุกรูปแบบ การพนันจะนำไปสู่การสูญเสียเงินจำนวนมาก และก่อให้เกิดหนี้สินระยะยาว นอกจากนี้ ผู้เล่นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งการสมัครสมาชิกเว็บพนันอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ หรือถูกโกงไม่สามารถถอนเงินได้จริง
3. สอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2026 บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่บุตรหลานไม่ให้ประพฤติตนไม่เหมาะสม หรือไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการพนันทายผลฟุตบอล
4. จัดการอารมณ์และเวลาในการรับชม ควรรับชมกีฬาเพื่อความบันเทิง ไม่หมกมุ่นจนเสียเวลาทำงานหรือเวลาพักผ่อน อีกทั้งการพ่ายแพ้จากการพนันอาจนำไปสู่ภาวะเครียด ซึมเศร้า และทำลายความสัมพันธ์กับครอบครัว และคนรอบข้าง
5. ร่วมกันตรวจสอบและรายงานเว็บไซต์ผิดกฎหมาย หากพบเห็นการโฆษณาชักชวนให้เล่นการพนันทางโซเชียลมีเดีย หรือทราบเบาะแสการทำงานของเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ ไม่ควรเพิกเฉยหรือส่งต่อลิงก์เหล่านั้น ควรช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพื่อนำไปสู่การระงับการเข้าถึง และดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)





